คลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยรับสิทธิ์โครงการ อี-เพย์เมนต์ ต่อ ครม.ใน 1-2 สัปดาห์นี้

คลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยรับสิทธิ์โครงการ อี-เพย์เมนต์ ต่อ ครม.ใน 1-2 สัปดาห์นี้

คลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยรับสิทธิ์โครงการ อี-เพย์เมนต์ ต่อ ครม.ใน 1-2 สัปดาห์นี้

รูปข่าว : คลังเตรียมเสนอหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยรับสิทธิ์โครงการ อี-เพย์เมนต์ ต่อ ครม.ใน 1-2 สัปดาห์นี้

รมว.คลัง เตรียมเสนอหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยรับสิทธิประโยชน์โครงการ อี-เพย์เมนต์ ต่อ ครม.ใน 1-2 สัปดาห์ เบื้องต้นกำหนดมีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท บัญชีธนาคารมีเงินน้อยกว่า 30,000 บาท เร่งประชาสัมพันธ์โครงการอี-เพย์เมนต์ ให้ประชาชนรับรู้ เม.ย.นี้

จากกรณี รัฐบาลประกาศขับเคลื่อนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินของประเทศ ซึ่งนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาประยุกต์ใช้ กับการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างครบวงจร รวมไปถึงการใช้จ่ายของภาคเอกชนและรัฐบาล ซึ่งช่วยพัฒนาฐานภาษีของประเทศให้ใกล้เคียงความจริง และยังสามารถคัดกรองผู้มีรายได้น้อยตัวจริง เพื่อรับสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือจากรัฐบาล

วันนี้ (30 มี.ค. 2559) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้า หลังร่วมประชุมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National E-Payment Master Plan) ว่า เตรียมเสนอหลักการการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ให้ ครม.พิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อคัดกรองผู้ที่มีโอกาสเข้าถึงบริการการเงิน และรับสวัสดิการต่างๆ เบื้องต้นกำหนดเกณฑ์ผู้ที่จะได้รับสวัสดิการ ต้องมีรายได้ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท และมีเงินในบัญชีธนาคารน้อยกว่า 30,000 บาท

นายอภิศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการวางเครื่องรับบัตรอิเล็คทรอนิกส์ในโครงการ อี-เพย์เมนต์ ทั่วประเทศ 1 ล้านเครื่อง ในเฟสแรกจะเน้นกลุ่มนิติบุคคล และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะเริ่มในเดือน ก.ค. 2559

“ระบบนี้ ยังเชื่อมต่อกับข้อมูลของกรมสรรพากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยื่น รับและจ่ายเงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบรายได้ผู้ลงทะเบียนคนจน ป้องกันผู้ไม่เข้าเงื่อนไขขอรับสวัสดิการภาครัฐและหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ จะนำระบบชำระเงิน อี-เพย์เมนต์ มาใช้ภายในสิ้นปี 2559 และจะทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และนิติบุคคล รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น จ่ายเงินซื้อสินค้าโดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าในร้านที่เข้าระบบ อี-เพย์เมนต์ ในเดือน เม.ย.นี้” รมว.คลัง ระบุ

กลับขึ้นด้านบน