นักธุรกิจไทยที่มีชื่อใน "ปานามา เปเปอร์" ปัดเอี่ยวฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

นักธุรกิจไทยที่มีชื่อใน "ปานามา เปเปอร์" ปัดเอี่ยวฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

นักธุรกิจไทยที่มีชื่อใน "ปานามา เปเปอร์" ปัดเอี่ยวฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

รูปข่าว : นักธุรกิจไทยที่มีชื่อใน "ปานามา เปเปอร์" ปัดเอี่ยวฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี

นักธุรกิจไทยหลายคนที่มีรายชื่อเป็นลูกค้าของบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินที่มีชื่อเสียงด้านการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี ออกมาปฏิเสธกรณีเอกสารลับ "ปานามา เปเปอร์ส" พร้อมตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเอกสารดังกล่าว

วันนี้ (6 เม.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเกียรตินาคิน โพส์ตข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยติดต่อ และไม่เคยใช้บริการใดๆ จาก "มอสแซก ฟอนเซกา" ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายและการลงทุนในปานามา รวมทั้งไม่เคยมีนิติกรรมใดๆ ในปานามามาก่อน

ขณะที่นายบุญเกียรติ โชควัฒนา นักธุรกิจในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า มีการจดทะเบียนติดตั้งโรงงานในต่างประเทศ เพื่อรองรับการผลิตและจำหน่ายสินค้าของบริษัทในเครือ แต่เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และยืนยันได้ว่าไม่มีการลงทุนผ่านเกาะเคย์แมน หรือเกาะบริติชเวอร์จิน

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทชาญอิสระ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง 100% และเอกสารที่ถูกเผยแพร่ออกมาไม่มีหลักฐาน ไม่มีแก่นสาร พร้อมขอให้สื่อมวลชนช่วยให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อสังคม เพื่อเกิดความกระจ่าง

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ระบุว่า ยังคงไม่เข้าใจว่าตนเองมีชื่อในเอกสารดังกล่าวได้อย่างไร เพราะรายชื่อในเอกสารมีแต่มหาเศรษฐี รวมทั้งไม่เคยดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีเงินลงทุนเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ได้ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

นายชนะชัย ศรีชาพันธุ์ บิดาและอดีตผู้ฝึกสอนของนายภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมืออันดับ 9 ของโลก เปิดเผยว่า ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเปิดบริษัทเพื่อหลบเลี่ยงภาษีและรู้สึกแปลกใจที่มีชื่อของตัวเองปรากฎอยู่ในเอกสารลับ

ส่วนนายยืนยง โอภากุล หรือ "แอ๊ด คาราบาว" นักร้อง ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสผ่านทางโทรศัพท์ว่า เอกสารดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องนานแล้ว ตั้งแต่สมัยร่วมทำธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกับหุ้นส่วน แต่ตนเองไม่เคยยุ่งเกี่ยวใดๆ จึงอาจเป็นไปได้ที่มีรายชื่อตกค้าง

ขณะที่ไทยพีบีเอสได้ติดต่อไปยังบุคคลทางการเมืองที่มีชื่อปรากฎในเอกสารลับดังกล่าว โดยผู้ใกล้ชิดนักการเมือง ปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อมูลและตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเอกสารปลอม

 

กลับขึ้นด้านบน