ผบ.ทบ.สั่งย้ายนายทหารยศ "พ.ท.-ร.อ." เกี่ยวข้องคดีทำร้ายร่างกายพลทหารจนเสียชีวิต

ผบ.ทบ.สั่งย้ายนายทหารยศ "พ.ท.-ร.อ." เกี่ยวข้องคดีทำร้ายร่างกายพลทหารจนเสียชีวิต

ผบ.ทบ.สั่งย้ายนายทหารยศ "พ.ท.-ร.อ." เกี่ยวข้องคดีทำร้ายร่างกายพลทหารจนเสียชีวิต

รูปข่าว : ผบ.ทบ.สั่งย้ายนายทหารยศ "พ.ท.-ร.อ." เกี่ยวข้องคดีทำร้ายร่างกายพลทหารจนเสียชีวิต

"พล.อ.ประวิตร"กำชับ มทภ.4 ติดตามกรณีชุดครูฝึกทำร้ายร่างกายพลทหารจนเสียชีวิต และให้ชุดครูฝึกเดินทางไปขอขมาศพ ด้าน ผบ.ทบ.สั่ง ย้ายนายทหารยศ "พ.ท.-ร.อ. " แล้ว

วันนี้ (7 เม.ย.2559) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการดำเนินการกับชุดครูฝึกทหาร ที่ทำร้ายร่างกายพลทหารทรงธรรม หมุดหมัด พลทหาร สังกัด ร.152 พัน 1 ค่ายพยัคฆ์ อ.บันตังสตา จ.ยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกทหารยศนายสิบ 6 นายลงโทษเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ท.บ.) ได้สั่งการให้หน่วยดำเนินการลงโทษคุมขังผู้กระทำผิดแล้วโดยไม่มีการปกป้องอย่างเด็ดขาดและยังได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากญาติผู้เสียชีวิตต้องการให้ชุดครูฝึกไปขอโทษ ก็ให้ดำเนินการตามคำร้องขอของญาติ

พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า หลังจากนี้ต้องคัดเลือกครูฝึกที่มีสติและเป็นคนดีเพราะการกระทำในลักษณะนี้ อาจเกิดจากปัญหาสภาพจิตใจได้ และไม่กังวลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพเสียหาย เพราะกำลังพลในกองทัพมีจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งคนดีและไม่ดี จึงเชื่อว่าสังคมจะเข้าใจ

ด้าน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่าได้สั่งให้ย้าย พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ร.152 พัน 1 และนายทหารยศร้อยเอก ออกนอกหน่วยแล้ว เพราะถือว่าเป็นผู้ที่ต้องร่วมรับผิดชอบกัน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปกป้องแต่จะเอาผิดทางวินัยและอาญาขั้นสูงสุด

พล.อ.ธีรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพบกมีกำลังพลร่วมสองแสนนาย แต่มีทหารที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยแค่เพียงไม่กี่นาย จึงไม่ต้องการให้สังคมเหมารวมว่าทหารไม่ดี

 

 

มีรายงานว่า แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 นำครูฝึกทั้ง 6 คน ไปขอขมาศพพลทหารซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคงคาวดี ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในวันพรุ่งนี้ โดยมีกำลังสารวัตรทหารดูแลความเรียบร้อยระหว่างการเดินทาง

ด้านนายรอมฎอน ปันจอร์ บรรณาธิการ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ระบุว่า การซ้อมทรมานในค่ายทหารไม่ควรเกิดขึ้นเพราะอาจกระทบการพูดคุยสันติสุข ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ กองทัพจึงต้องปรับวิธีการในการดูแลกำลังพลและควรใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด

กลับขึ้นด้านบน