อุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" บนทางด่วนบูรพาวิถี บทเรียนจุดเสี่ยงภัยบนท้องถนน

อุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" บนทางด่วนบูรพาวิถี บทเรียนจุดเสี่ยงภัยบนท้องถนน

อุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" บนทางด่วนบูรพาวิถี บทเรียนจุดเสี่ยงภัยบนท้องถนน

รูปข่าว : อุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" บนทางด่วนบูรพาวิถี บทเรียนจุดเสี่ยงภัยบนท้องถนน

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางด่วนบูรพาวิถีช่วง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย.2559 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน นับเป็นบทเรียนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนถึงการใช้ทางพิเศษให้ปลอดภัย และยังชี้ให้เห็นถึงจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" อีกด้วย

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 22.00 น.บนทางด่วนบูรพาวิถี กม.44 + 600 ขาเข้ากรุงเทพฯ เมื่อรถตู้ของคณะแพทย์ที่นำโดย นพ.สิทธิวัฒน์ อินทรขาว ที่กำลังเดินทางกลับจากการผ่าตัดที่ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เครื่องยนต์มีปัญหาจึงได้จอดรถข้างทางและเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินไว้เพื่อรอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นคณะแพทย์ในรถตู้ได้ยืนมารอด้านข้างและด้านหน้ารถ แต่ทันใดนั้นได้มีรถบรรทุก 6 ล้อวิ่งมาในช่องทางซ้ายด้วยความเร็วและพุ่งชนท้ายรถตู้เข้าอย่างแรง ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่รอบๆ รถตู้กระเด็นไป โดยมีคนหนึ่งตกลงไปด้านล่าง หลังจากนั้นได้มีรถเก๋งอีกคันหนึ่งเบรกไม่ทันและชนซ้ำเข้าอีกครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 คนและบาดเจ็บ 1 คน

การตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าสภาพของรถตู้ทีมคณะแพทย์ยุบหายไปเกือบทั้งคัน

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนถึงอันตรายของการใช้ทางด่วน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนนระบุว่า อุบัติเหตุ "ชนซ้ำ" มักเกิดขึ้นในจุดเสี่ยงและสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ซึ่งจุดเสี่ยงเหล่านี้ได้แก่ บริเวณทางขึ้น-ลงเขา ขึ้น-ลงสะพาน ทางโค้ง ทางแยก ส่วนช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ ช่วงเวลาเร่งด่วน ช่วงพลบค่ำและการจอดรถบนไหล่ทาง

นพ.ธนะพงษ์ จันวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนนกล่าวว่า บนถนนที่รถใช้ความเร็วสูงประมาณ 80-90 กม./ชม. โดยหลักแล้วผู้ขับขี่จะต้องเว้นระยะห่างประมาณ 3-4 วินาที หรือประมาณ 50-60 เมตรจากรถคันหน้าเพื่อให้มีเวลาเพียงพอต่อการตัดสินใจที่จะเบรกหรือหักหลบ

นพ.ธนะพงษ์วิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ คือ การขับรถจี้ติดคันข้างหน้ามากเกินไป ทั้งที่บนทางหลวงและทางด่วน ต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 50 เมตร อีกทั้งการที่ผู้โดยสารของรถตู้ที่จอดเสียอยู่บนไหล่ทางออกมายืนรออยู่ในจุดที่ใกล้กับรถมากเกินไป ทำให้เมื่อเกิดเหตุรถชนซ้ำจึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

เพื่อย้ำให้ผู้ขับขี่ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าในระยะที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ถนนมอเตอร์เวย์ได้มีการทำสัญลักษณ์เป็นวงกลมสีขาวบนช่องทางจราจร เพื่อการเตือนให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 2 จุด หรือประมาณ 50 เมตร เพื่อป้องการชนซ้ำในระยะกระชั้นชิด


นพ.ธนะพงษ์ย้ำเตือนผู้ขับขี่โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือทางพิเศษว่า หากรถเสียหรือเกิดเหตุและจำเป็นต้องจอดรถไว้บนไหล่ทาง ให้คนขับและผู้โดยสารยืนอยู่ในจุที่ห่างจากรถอย่างน้อย 30 เมตร เพราะแม้จะยืนอยู่หน้ารถแต่หากมีรถมาชนซ้ำ แรงกระแทกก็จะชนคนที่อยู่หน้ารถด้วย รวมทั้งให้เปิดสัญญาณไฟวาบไว้ สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดจุดพักรถฉุกเฉินไว้ในทุก 5-10 กม. เพื่อให้รถจอดเสียเคลื่อนย้ายไปตำแหน่งที่ปลอดภัย
 

กลับขึ้นด้านบน