ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าภาคเหนือ-อีสานรถหนาแน่น

ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าภาคเหนือ-อีสานรถหนาแน่น

ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าภาคเหนือ-อีสานรถหนาแน่น

รูปข่าว : ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าภาคเหนือ-อีสานรถหนาแน่น

ประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ฝั่งขาออก มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณรถเริ่มหนาแน่นต่อเนื่องทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า

วันนี้ (9 เม.ย.2559) สภาพการจราจรบนถนนพหลโยธิน ช่วง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าสู่ถนนมิตรภาพ จ.สระบุรี เส้นทางที่จะมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์

โดยตั้งแต่เวลา 06.00 น. ทีมข่าวไทยพีบีเอสสังเกตว่า ตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิตมีปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สภาพการจราจรติดขัดสลับชะลอตัว รถเคลื่อนตัวได้ช้า ทำความเร็วได้ประมาณ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร อ.วังน้อย ซึ่งจุดนี้รถเริ่มติดสะสมมากขึ้นทำให้ท้ายสะสมเกือบ 5 กิโลเเมตร ส่งผลให้รถยิ่งเคลื่อนตัวได้ช้าบริเวณด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร

ตลอดเส้นทางบนถนนพหลโยธิน กองบังคับการตำรวจทางหลวงจะเริ่มมีการตั้งด่านตรวจ เพื่อกวดขันผู้กระทำความผิดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและมีจุดพักรถเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงรณรงค์ 7 วันอันตรายและจะปิดจุดกลับรถหลายจุดเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน

ส่วนสภาพการจราจรช่วงถนนสายเอเชีย ผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงเช้าวันนี้เริ่มมีปริมาณรถหนาแน่น เนื่องจากประชาชนเริ่ทยอยกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดก่อนถึงเทศกาลสงการณ์ แต่ยังใช้ความเร็วได้ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในบางช่วง

เช่นเดียวกัน จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่นำแท่งปูนเบอร์ริเออปิดกั้นทางแยกและทางร่วมที่เป็นจุดอันตราย พร้อมกับทาสีขาวแดงให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ล่าสุดการจราจรเริ่มติดขัดเป็นบางช่วง โดยเฉพาะถนนหมายเลข 340 สายสุพรรณ-ชัยนาท แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกและสอบถามเส้นทางถึง 38 จุด

ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วงเข้าเขต อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ติดขัด เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังช่วงบริเวณทางโค้งและทางลงมอบันไดม้า รวมทั้งนำถังและกรวยยางมาปิดจุดกลับรถที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

ส่วนบนถนนมิตรภาพ ช่วงบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่จังหวัดต่างๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ช่วงเช้ามีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น แต่ยังเคลื่อนตัวได้ดีเช่นกัน เจ้าหน้าที่แขวงการทางนำกรวยยางมาวางเตรียมไว้เปิดช่องการทางการจราจรพิเศษ หากมีปริมาณรถสะสมตัวเป็นเวลานาน รวมทั้งนำแท่งแบลิเออร์มาจัดเตรียมไว้เพื่อปิดจุดกลับรถที่เป็นจุดเลี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกกว่า 50 จุด

เช่นเดียวกับกับ จ.อุดรธานี การจราจรบนถนนมิตรภาพบริเวณ แยกบายพาสบ้านจั่น ปริมาณรถเริ่มหนาแน่นและติดขัดยาวกว่า 2 กิโลเมตร เนื่องจากประชาชนที่เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานค์ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (8 เม.ย.2559) จะต้องใช้เส้นทางนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.เลย สกลนคร และหนองคาย

ด้าน จ.เชียงใหม่ ประชาชนเดินทางไปที่สถานีขนส่งอาเขตเพื่อขึ้นรถกลับ โดยขนส่งเชียงใหม่สั่งคุมเข้มพนักงานขับรถและพนักงานบริการ ซึ่งผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกคนและห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บนรถโดยเด็ดขาด

จ.ลำปาง ตั้งแต่เช้ามีปริมาณรถวิ่งผ่านถนนพหลโยธินสายตาก-ลำปางเพิ่มมากขึ้นและเกิดอุบัติเหตุบริเวณบ้านสองแควตะวันออก ต.เถินบุรี อ.เถิน รถพ่วง 18 ล้อชนกับรถเก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน

ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นประตูสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดช่วงเช้าวันนี้ สภาพการจราจนยังเบาบางและจะมาเพิ่มอย่างชัดเจนในช่วงเขต อ.ปราณบุรี แต่ก็ยังวิ่งได้คล่องตัว โดยเฉพาะ อ.หัวหิน เจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงเมืองกว่า 40 ป้าย โดยติดตั้งบริเวณริมถนนและเกาะกลางถนน เพื่อช่วยระบายการจราจรที่คาดว่าจะมีรถหนาแน่นในบ่ายวันนี้

ส่วนภาคใต้ที่ จ.กระบี่ ขนส่งจังหวัดได้ตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ทำการตรวจหาสารเสพติดกับพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทุกคันก่อนออกจากสถานี รวมทั้งความพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกชนิด

เช่นเดียวกับ จ.สงขลา บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่เริ่มคึกคัก เนื่องจากมีประชาชนรอขึ้นรถโดยสารเพื่อเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว

กลับขึ้นด้านบน