ตร.ทางหลวงห้าม ปชช.จอดรถซื้อของข้างทาง แก้ปัญหารถติดช่วงสงกรานต์

ตร.ทางหลวงห้าม ปชช.จอดรถซื้อของข้างทาง แก้ปัญหารถติดช่วงสงกรานต์

ตร.ทางหลวงห้าม ปชช.จอดรถซื้อของข้างทาง แก้ปัญหารถติดช่วงสงกรานต์

รูปข่าว : ตร.ทางหลวงห้าม ปชช.จอดรถซื้อของข้างทาง แก้ปัญหารถติดช่วงสงกรานต์

กองบังคับการตำรวจทางหลวงห้ามประชาชนจอดรถซื้อของตามไหล่ทางหรือก่อนเข้าปั้มน้ำมันทุกจุด บนถนนพหลโยธินฝั่งขาออกที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เนื่องจากจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเพราะมีปริมาณรถหนาแน่นหลังประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์

เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงนำกรวยมากั้นรถยนต์เพื่อไม่ให้จอดแวะซื้อของตามไหล่ทาง หรือก่อนเข้าปั้มน้ำมันทุกจุด โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับจุดทางร่วมทางแยกบนถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนคนศรีอยุธยา มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้รถเกิดการชะลอตัว หรือเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุตามไหล้ทางได้

โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามือวันนี้ (9 เม.ย.2559) ตำรวจระบุว่า มีปริมาณรถหน้าแน่นมากขึ้น เนื่องจากประชาชนบางส่วนอาจลาพักร้อนกันต่อเนื่อง จึงเลือกเดินทางในวันนี้เพื่อหลี่กเลี่ยงการจราจรที่อาจติดขัดในวันที่ 12 เม.ย.2559 ซึ่งจะเป็นวันที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอีกหนึ่งช่วง ขณะที่ประชาชนหลายคนเลือกลาพักร้อนเพื่อเดินทางกลับบ้านในวันนี้เพราะหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในวันที่ 12 เม.ย.2559 โดยมีการแวะพักตามปั้มน้ำมันตลอดเส้นทางเพื่อตรวจเช็คสภาพรถและรับประทานอาหารกลางวัน

แม้ว่าในปีนี้ประชาชนจะมีเวลาวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาถึง 2 ช่วง คือช่วงวันที่ 8 เม.ย.และวันที่ 12 เม.ย. ซึ่ง นพ.ธนะพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน ระบุว่ายังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในวันเดินทางหลังจากวันนี้ เนื่องจาก 1-2 วันนี้สภาพการจราจรยังไม่ติดขัดมากนักและยังสามารถใช้ความเร็วได้

"กรณีที่รถทยอยกลับจะมีความเสี่ยงคือถนนไม่หนาแน่นมาก สามารถทำความเร็วได้และจะขับรถเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ถนนโล่ง คนก็อยากจะทำเวลาเพื่อชดเชยในช่วงที่รถติด สิ่งที่ตามมาคือการเกิดอุบัติเหตุจะแรงขึ้น" นพ.ธนะพงษ์ กล่าว

ขณะที่มาตรการยึดรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะนำมาใช้ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงของเทศกาลสงกรานต์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน ได้ย้ำว่า หากขยายจุดตรวจทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ผลการตรวจจับมีประสิทธิผลมากขึ้น เพราะจุดเดิมมีเพียง 600 จุด ซึ่งทำให้อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ลดลงได้ถึงร้อยละ 5-10

กลับขึ้นด้านบน