บขส.เตรียมรถให้บริการช่วงสงกรานต์ 7,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

บขส.เตรียมรถให้บริการช่วงสงกรานต์ 7,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

บขส.เตรียมรถให้บริการช่วงสงกรานต์ 7,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

รูปข่าว : บขส.เตรียมรถให้บริการช่วงสงกรานต์ 7,000 เที่ยวต่อวัน มั่นใจไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

กรมการขนส่งทางบกร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดพื้นที่รับส่งประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาเเละท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ในเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย บขส.ยืนยันยังไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่การจราจรบนถนนสายหลักเริ่มมีปริมาณรถหนาแน่น

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าตั้งเเต่วันที่ 8 เม.ย.2559 ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้ประชาชนมาขึ้นรถได้ที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร ระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย.2559 และเป็นจุดจอดส่งผู้โดยสารในช่วงการเดินทางขากลับเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.2559

ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางตลอดช่วงเทศกาล พร้อมประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ให้จัดเตรียมรถแท็กซี่สำหรับให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯให้เพียงพอ ขณะเดียวกันจะติดตามตรวจสอบการให้บริการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร

นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รักษาการผู้จัดการใหญ่ บขส. เปิดเผยว่าในวันที่ 8-9 เม.ย.2559 มีผู้โดยสารมาใช้บริการ 301,722 คน ต่ำกว่าประมาณการที่ บขส.เตรียมรถรองรับไว้ โดยสงกรานต์ปีนี้ได้เตรียมรถไว้ให้บริการ 7,000 เที่ยวต่อวันแเละเตรียมรถเสริมไว้ 2,000 คันต่อวัน ซึ่งรองรับการเดินทางได้ประมาณวันละ 190,000 คน จึงมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้าง

ส่วนถนนสายหลักทั่วประเทศ เริ่มมีปริมาณรถหนาแน่นจากการที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถในเส้นทางสายเหนือและอีสาน ขณะเดียวกันเริ่มมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ้างแล้ว

การจราจรบนถนนพหลโยธินและถนนสายเอเชีย ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ติดขัดต่อเนื่องไปจนถึง จ.อ่างทองและเขต อ..พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โดยพบว่าตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา (10 เม.ย.2559) ปริมาณรถเริ่มมีการสะสม ขณะที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจรถทุกคันและพบว่ายังมีการกระทำผิดโดยไม่รัดเข็มขัดและไม่สวมหมวกนิรภัย

ที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเปิดสะพานเดชาติวงศ์ ช่องกลางและควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อระบายรถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนสายหลักทั้งถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 และทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ต่อเนื่องไปถึง จ.พิจิตร มีการจราจรหนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า

เช่นเดียวกับสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องเปิดช่องทางพิเศษเพื่อลดปริมาณรดสะสม ขณะที่ถนนสาย 304 บริเวณ ต.โพธิ์กลาง สภาพการจราจรยังคงมีรถยนต์หนาแน่นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะจุดขึ้นสะพานต่างระดับมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนบายพาส นครราชสีมา-ขอนแก่น รถยนต์ชะลอตัวเป็นช่วงๆ

ส่วนทางหลวงหมายเลข 226 อุบลราชธานี-กรุงเทพมหานคร บริเวณด่านตรวจความมั่นคงสี่แยก อ.วารินชำราบ-กันทรารมย์ จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นรถยนต์ทุกคันเพื่อสกัดการฉวยโอกาสขนยาเสพติด รวมทั้งสิ่งของและแรงงานผิดกฏหมาย

ภาคใต้ที่ จ.ตรัง ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยรถไฟเป็นจำนวนมาก ทำให้การรถไฟต้องเพิ่มตู้โดยสารรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวขบวนละ 1 โบกี้ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง เช่นเดียวกับ จ.กระบี่ และ จ.สตูล เจ้าหน้าที่วางมาตรความปลอดภัยด้วยการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถบนถนนสายหลัก รวมทั้งความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถเพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ส่วนบรรยากาศการจราจรบนถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ช่วง อ.หัวหิน จนถึง อ.บางสะพานน้อย ตลอดช่วงเช้ายังคงมีปริมาณรถยนต์มากทั้งขาขึ้นและขาล่อง แต่ยังทำความเร็วได้และจะมีติดขัดบ้างช่วงเขตชุมนุมชนและจุดที่มีสัญญานไฟ

ขณะเดียวกันเริ่มมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น โดยรถทัวร์สายสตูล-กรุงเทพ ตกข้างทางชนกับเสาไฟฟ้าบนถนนเพชรเกษม เขต ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทำให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บเล็กน้อยกว่า 30 คน สาเหตุเกิดจากมีรถตัดหน้ากระทัน แต่เจ้าหน้าที่รีบเปิดเส้นทางทันทีเพื่อป้องกันปัญหาจราจรติดขัด

กลับขึ้นด้านบน