พบนอมินี 13 รายตั้งนิติบุคคลธุรกิจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจฯ เร่งสอบลึกอีกกว่า 400 ราย

พบนอมินี 13 รายตั้งนิติบุคคลธุรกิจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจฯ เร่งสอบลึกอีกกว่า 400 ราย

พบนอมินี 13 รายตั้งนิติบุคคลธุรกิจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจฯ เร่งสอบลึกอีกกว่า 400 ราย

รูปข่าว : พบนอมินี 13 รายตั้งนิติบุคคลธุรกิจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจฯ เร่งสอบลึกอีกกว่า 400 ราย

ธุรกิจท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งตรวจสอบการลงทุนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่้เป็นต่างด้าว หลังพบให้คนไทยถือหุ้นแทนเพิ่มขึ้น โดยจะเข้มงวดการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล

การท่องเที่ยวไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวขยายตัวตาม ขณะเดียวกันก็พบว่ามีนักลงทุนต่างชาติ เข้ามาลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เช่นโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งมีคนไทยให้ความช่วยเหลือโดยถือหุ้นแทน หรือนอมินีในหลายธุรกิจ

 

ซึ่งตามพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดให้ต่างด้าวถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจพบ 13 ราย และส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ดำเนินคดีแล้ว และจะเข้มงวดตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล

 

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัญหาหนักคือเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเราได้มีการป้องกันตั้งแต่ต้นว่า วัตถุประสงค์ใครที่ต้องการจะจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ตอนนี้ถ้าจัดตั้งใหม่ คงไม่ให้จด ต้องไปขออนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวจึงจะมาขอจดทะเบียนได้ เราจึงจะเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ทีหลัง

“ขณะนี้ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยว กรมการค้าภายในบูรณาการแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้ประกอบการในเชิงลึกอีก 400 ราย ว่าเข้าข่ายนอมีนีหรือไม่” น.ส.ผ่องพรรณกล่าว

 

สำหรับธุรกิจที่พบว่าให้คนไทยถือหุ้นแทนขณะนี้ มี 10 กลุ่ม คือ โรงแรม, ร้านอาหาร, ซื้อขายให้เช่าอสังหาริมทรัพย์, นายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์, รถเช่า, สปา, ร้านขายของที่ระลึก, ธุรกิจขายปลีกผ่านอินเทอร์เน็ต,ธุรกิจขายตรง และสินค้าเกษตร โดยจังหวัดที่พบการกระทำผิด ได้แก่ จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น สมุย ภูเก็ต กระบี่ ตราด ชะอำ หัวหิน เชียงใหม่ และเชียงราย

กลับขึ้นด้านบน