ตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารช่วงสงกรานต์ ใช้ความเร็วสูงสุด 139 กม./ชม.

ตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารช่วงสงกรานต์ ใช้ความเร็วสูงสุด 139 กม./ชม.

ตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารช่วงสงกรานต์ ใช้ความเร็วสูงสุด 139 กม./ชม.

รูปข่าว : ตรวจจับความเร็วรถตู้โดยสารช่วงสงกรานต์ ใช้ความเร็วสูงสุด 139 กม./ชม.

กระทรวงคมนาคมสุ่มตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบรถตู้โดยสารประจำทางใช้ความเร็วสูงสุด 136 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นเหตุรถตู้พุ่งชนต้นไม้ข้างทางบนถนนปราจีนบุรี-บ้านสร้าง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าอาจเกิดจากคนขับหลับใน ประกอบกับต้องการทำเวลา เนื่องจากเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวนมาก

จากสถิติการสุ่มตรวจจับความเร็วของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทและรถบรรทุกตามมาตรการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน จนถึงวันที่ 13 เม.ย. รถโดยสารและรถบรรทุก 127,106 คัน มีรถวิ่งเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด 779 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.61 โดยเป็นรถตู้โดยสารประจำทางมากที่สุด 210 คัน และใช้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 139 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มรถตู้โดยสารประจำทางมีสถิติการกระทำผิดสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่มีการเริ่มสุ่มตรวจจับความเร็ว อีกทั้งใช้ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 รองลงมาเป็นรถบัสโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง และรถบรรทุก

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์เฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน 2559 มีอุบัติเหตุ 754 ครั้ง บาดเจ็บ 796 คน เสียชีวิต 65 คน ขณะที่รวม 3 วันที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุสะสม 1,661 ครั้ง บาดเจ็บ 1,771 คน เสียชีวิต 181 คน

สำหรับมาตรการดื่มไม่ขับจับยึดรถ ของ คสช. ในช่วงวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ เป็นรถจักรยานยนต์กระทำความผิด 20,769 ครั้ง ยึดรถไว้ 743 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 10,912 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลพบการกระทำความผิด 23,447 ครั้ง ยึดใบขับขี่ 340 คน ยึดรถยนต์ 273 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 5,456 คน ตั้งแต่วันที่ 9-13 เม.ย. เจ้าหน้าที่พบผู้กระทำผิด 64,310 คน ยึดรถไว้จำนวน 1,565 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 1,182 คัน และรถยนต์ 383 คัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 19,577 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคล 10,593 คน

 

กลับขึ้นด้านบน