"พล.อ.ประยุทธ์"อวยพรวันสงกรานต์ให้คนไทยมีความสุข-สามัคคี ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมดูแลปชช.

"พล.อ.ประยุทธ์"อวยพรวันสงกรานต์ให้คนไทยมีความสุข-สามัคคี ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมดูแลปชช.

"พล.อ.ประยุทธ์"อวยพรวันสงกรานต์ให้คนไทยมีความสุข-สามัคคี ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมดูแลปชช.

รูปข่าว : "พล.อ.ประยุทธ์"อวยพรวันสงกรานต์ให้คนไทยมีความสุข-สามัคคี ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมดูแลปชช.

นายกฯ แสดงความยินดีกับ "รัชนก อินทนนท์" คว้าแชมป์ 2 รายการ ขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันประหยัดน้ำในการเล่นน้ำสงกรานต์ และอวยพรให้คนไทยทุกคนมีความสุข ปลอดภัย เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แนะ สตช. ปฏิรูป ให้ทหารเกณฑ์สอบตำรวจได้

วันนี้ (15 เม.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการคืนความสุขให้คนในชาติ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการใหม่ โดยวันนี้ (15 เม.ย.)นี้ ใช้ชื่อรายการ"คืนความสุขให้คนในชาติเฉพาะกิจ" โดยเปลี่ยนจากเดิมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนพูดที่โพเดียม มาเป็นรูปแบบการนั่งสนทนา โดยมี พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยช่วงหนึ่งของรายการ จะเป็นการตอบคำถามเรื่องที่ประชาชนได้ส่งเรื่องร้องเรียนมาถึงนายกฯโดยตรง และเป็นเรื่องที่นายกฯเป็นผู้เลือกนำมาตอบในรายการด้วยตัวเอง โดยมีเนื้อหาดังนี้

โดยนายกฯ ได้กล่าวตอบคำถามถึงเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคนไทย คือ การแข่งขันกีฬาแบดมินตันน้องเมย์ รักชนก อินทนนท์ สามารถคว้าแชมป์ 2 รายการติดต่อกัน ทั้งอินเดียโอเพ่น 2016 แล้วก็มาเลเซีย โอเพ่น 2016 ซึ่งน้องเมย์มีความพยายามสูง ตนรู้ว่าเขาเหนื่อย เครียด แต่ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง ในอนาคตน่าจะทวงตำแหน่งมืออันดับ 2 ได้ ของสหพันธ์แบดมินตันโลก มาครองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญ วันสงกรานต์ สร้างความสุขสำหรับคนไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย อยากให้ทุกคนช่วยกันเป็นกำลังใจให้เน้องเมย์เขามีโอกาสได้ชัยชนะในระดับสูงกว่านี้ แสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่แพ้ใคร ทำอะไรก็ทำได้ ทำสิ่งดีๆ มีความตั้งใจบริสุทธิ์ในการที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อย่างเช่นพระมหาชนกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงพระราชนิพนธ์ไว้ อยากให้ทำแบบนี้

เมื่อถามว่า ใกล้จะสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์แล้ว เป็นห่วงอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ช่วงสงกรานต์ ตนเห็นตัวเลขในการสูญเสีย บาดเจ็บ เสียชีวิตมีอยู่จำนวนพอสมควร ตนเตือนตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ที่ทุกคนทำงานหนัก ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน แล้วก็อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร ที่ช่วยกันดูแลความปลอดภัย เสียสละเวลาที่ต้องอยู่กับครอบครัว มาคอยดูแลพี่น้องประชาชน ที่เดินทางไป-กลับ ภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่ไม่ได้พักผ่อน อยากไปเยี่ยมครอบครัวเหมือนกับคนอื่น แต่เขาไปไม่ได้ เพราะภาระหน้าที่ ความจำเป็น ต้องให้กำลังใจเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ปลอดภัยนี่ คงไม่ใช่เฉพาะกฎหมายอย่างเดียวที่ทำให้อุบัติเหตุลดลง ต้องให้กลไกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือ การปลูกจิตสำนึกเหล่านี้ ต้องเริ่มต้นให้ได้นะ ถ้าเริ่มต้นไม่ได้นะ เราก็ไม่สามารถจะควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ด้วยกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว บุคคลที่ได้รับอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ก็จะเมาสุราใช่ไหมแล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่บ้าง แล้วก็เป็นมอเตอร์ไซค์ซะเยอะนะ คือมอเตอร์ไซค์สองล้อไง 4 ล้อยังแย่เลย 2 ล้อแล้วเมาเข้าไปอีก เพราะงั้นอันนี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งแล้วก็ตัวเลขสูง เพราะงั้นอยูที่ตัวคนแล้วล่ะ คนขับนี่นะ แล้วก็มาตรการทางสังคม ทางครอบครัวต้องช่วยกันดูแล วันนี้เราตั้งด่านหมด เลยนะ ด่านทหารด่านตำรวจ ด่านชุมชน มีการโซนนิ่งพื้นที่ต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น มีความรับผิดชอบให้มากขึ้น ในการเดินทาง

รวมความไปถึงเรื่องการจัดระเบียบในการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย ก็ต้องขออภัยนะเพราะว่าน้ำน้อย เราก็จัดหาน้ำให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ตลอดเวลานะ ก็ต้องขอบคุณหลายพื้นที่ผมเห็นในโทรทัศน์ ก็ออกมาให้ความร่วมมือนะครับ ก็ประกาศว่าปีนี้น้ำน้อยกัน เพราะงั้นก็อยากจะให้เก็บน้ำกันเอาไว้ นี่ชาวบ้านพูดนะ ประชาชนพูดเองนะครับ ผมก็ต้องของคุณท่านเหล่านั้น ในส่วนที่เป็นเด็กเยาวชน ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ของประเทศเราเวลานี้ ว่าเรามีปัญหาเรื่องภัยแล้งนะครับ

เรื่องเด็กเยาวชนนี่เป็นสิ่งที่ผมกังวลนะเพราะว่ามีแรงขับเคลื่อนสูงไง ใช่ไหม พร้อมที่จะไปทำอะไรก็ได้ ทั้งดี และก็ไม่ดี คราวนี้ที่ทำดีก็ต้องปลูกจิตสำนึกตั้งแต่ครอบครัว สถานศึกษา สังคม ต้องช่วยกันดูแลนะครับ อย่างหนึ่งที่ผมต้องชมเชยนะครับคืออาชีวะนะครับ เราได้มีการจัดตั้งโครงการ อาชีวะอาสา โดยกระทรวงศึกษานะเรื่องงานเทศกาลสงกรานต์ 2559 อันนี้ก็มีนักศึกษาอาชีวะศึกษา และครูอาจารย์ ประมาณ 250,000 คน ก็มาอาสาทำงานช่วยประเทศชาติ ให้การบริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยาน ยนต์ ให้เปลอดภัยนะ ให้แก่ประชนผู้สัญจรทางถนน ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 17 เมษายน ตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ถึง เที่ยงคืนครึ่ง เส้นทางสายหลัก สายรอง ทั่วประเทศก็น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนลงไปได้บ้าง คือเป็นเพื่อนเขาด้วยไง บางที่ก็อาจจะขับๆ ง่วงๆ กันมาอะไรกันมา พอเจอด่าน เจอเด็ก ก็มีกำลังใจให้กันนะครับ ก็ขอให้เพียงแต่ขอบคุณเขาหน่อย ให้กำลังใจ เด็กๆเขาลูกหลานเราทั้งนั้นแหละ เขามาช่วยอย่างน้อยก็ เขาไม่ได้มารับจ้างนะ เขาอาสาสมัครมา เขาก็อยากไปเที่ยวเหมือนกันแต่เขาก็เอาล่ะ รัฐบาลกับกระทรวงศึกษาขอร้อง เขาก็มาช่วยเรา ก็ให้น้ำใจเขากลับคืนไปหน่อย จะได้เป็นกำลังใจให้เขามีความภูมิใจว่าเขาเป็นอาชีวะศึกษาที่เป็นประโยชน์ ใช่ไหม จะได้เลิกทะเลาะเบาะแว้งกันซะทีนะ ทุกคนมองกันเป็นญาติพี่น้องทั้งหมด นี่แหละเขาเรียกว่า การเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เกื้อกูลต่อกัน เอื้อเฟื้อต่อกัน คือไม่ใช้อะไรก็ปรองดองๆ ใช้คำปรองดองไม่ได้นะผมใช้คำว่า ทำยังไงเราจะมีความสุขร่วมกันให้ได้นะ ทุกคนมีความพึงพอใจใช่ไหม

ในส่วนของการเดินทางครั้งนี้ ปัญหาเรื่องการสัญจรทางถนนนี่ ยังมีปัญหาตลอด เพราะว่าผมคิดว่าแผนในการทำในเรื่องของโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศเรานี่ยังไม่สมบูรณ์ คำว่าไม่สมบูรณ์คืออะไร ไม่ว่าจะเป็นทางสายหลัก สายรอง การเชื่อมต่อ ยานพาหนะแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้า แล้วอนาคตก็จะมีรถรางเข้ามาอีก รถรางไฟฟ้านะ ก็ยังไม่ได้ต่อเนื่องกันชัดเจน ผมได้สั่งการไปแล้วนะให้ทางกระทรวงคมนาคม ไปทำแผนมา วันนี้เราจะทำได้แค่ไหน ก็ทำแค่นั้นก่อน แล้วก็วันหน้า รัฐบาลหน้าก็มาทำไป ถ้าเราไม่แก้ไขแบบนี้ก็จะติดไปทั้งหมด 1 รถติด 2 รถจอดบนถนนบ้าง อะไรบ้าง ความเร็วก็จำกัดไม่ได้อีกนะ บังคับอะไรกันไม่ได้เลย แต่ทุกคนต้องการความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ก็ทำงานลำบาก

วันนี้ต้องพัฒนาทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาจิตใจ จิตสำนึกของคนใช้รถใช้ถนน อันที่ 3 ก็คือเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องให้กำลังใจเขา ให้เขาปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้วยกฎหมาย ด้วย ทั้งนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน ผมพยายามแก้ทุกอย่างนะ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นโครงการมอเตอร์เวย์ ก็มีอยู่ตั้ง 3 สาย ที่จะต้องทำเพิ่ม ทีนี้เราก็จนไง รายได้ยังน้อยอยู่ ผมก็ได้ให้ไปพิจาณาซิว่าจะทำเส้นไหนได้ก่อนไหม หรือจะทำระยะต้อนก่อนได้ไหม อะไรทำนองนี้นะ สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นหรอกครับเพราะว่าต้องใช้เงิน ใช้เวลา แล้วก็กระบวนการในการทำ EIA, EHIA อะไรต่างๆ ก็มีผมลดไม่ได้ เพียงแต่ลดเวลาลงให้สั้นลงไปได้ แต่ต้องทำทุกอัน นะครับ สิ่งที่เราทำวันนี้น่าจะเกิดผลดีกับประเทศไทยใน 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้านะ ก็คงเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์5 ปีแรกนั่นแหละ นี่แหละเหตุผลของผม

การจัดทำที่จอดรถ อยากให้มีถนนที่งดงามสักเส้นหนึ่งนะ ซึ่งอันนี้เป็นมาตั้งแต่อดีตมาแล้ว เป็นถนนที่สวยที่สุด ในกรุงเทพฯ ผมว่าถนนนี้นะ ถนนราชดำเนินนะ เผอิญมีปัญหาเรื่องการจอดรถ แล้วก็ตลอดเส้นทางก็มีสิ่งสวยๆงามๆ เยอะเป็นสิ่งก่อสร้างสมัยก่อนนี้นะ งดงามฝรั่งเขาชอบ คนไทยก็ชอบ ปัญหาคือรถจอด แล้วก็แน่น จราจรติดขัด ผมก็ให้แนวความคิดไปว่าเราจะทำที่จอดรถใต้ดินบ้างไหม ผมเป็นการสอบถามความคิดเห็นใน ครม. ไปแล้วล่ะ ให้ไปช่วยคิดกันมา กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กทม. ฝ่ายเศรษฐกิจ ถ้าเป็นไปได้ ถนนเส้นราชดำเนินถ้ามีที่จอดรถใต้ดินได้เป็นระยะๆ นะ รถจะไปจอดข้างล่างทั้งหมด ถนนก็จะโล่งใช่ไหม พอทุกคนมาทำงานทำการก็เอารถไปจอดข้างล่าง แล้วก็อาจจะเดินนิดหน่อย เข้ามาที่ทำงาน ทำเนียบก็มีอยู่ใกล้ๆ นี่ กระทรวงศึกษาก็มี อะไรก็มี หลายหน่วยงานอยู่แถวนี้ ถนนก็จะน่าอยู่น่าอาศัยงดงาม เวลาใครไปใครมา ท่องเที่ยวก็ได้ อะไรก็ได้ แถมกลางคืนก็จัดถนนคนเดินได้ จัดออกงาน ออกร้านค้าอะไรต่างๆ ผมคิดแบบนี้ แล้วก็โน่นจัดตั้งแต่สนามหลวงเส้นนี้ ยาวตั้งแต่สนามหลวง มา สองข้างทางสวยหมดน่ะ มาสะพานผ่านฟ้า มาสะพานมัฆวานฯ แล้วก็ตรงไปพระรูปนะ ตรงนี้ผมว่าน่าจะทำได้ และถ้าทำได้ต่อไปนะ อันนี้หลายอย่างนะทั้งรัฐบาลทำ แหมก็ใช้เงินเยอะพอควร ก็มี PPP ได้ไหม เอกชนมาลงทุนได้ไหมมีค่าตอบแทนผลประโยชน์ ให้กับเขาที่พอสมควรนะ ก็ต้องช่วยประเทศกันบ้าง ถ้าเป็นไปได้เราก็ขยายไปตรงอื่นซิ ถนนไหนที่รถติดๆ มากๆ ติดเพราะรถจอดสองข้างทางไปคิดดูซิ ทำได้ไหม ผมว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรลงได้เยอะเลย

แล้วอีกอัน ผมคิดไปอีกอันคือในพื้นที่ ที่เป็นพื้นทีเศรษฐกิจไง ที่มีศูนย์การค้ามีอะไรเยอะๆแยะ รถติดหมดน่ะ ทำยังไงจะทำที่จอดรถใต้ดิน แล้วใกล้ๆ นั่นแหละ แล้วถึงเวลาก็เดินทะลุขึ้นมาหน่อยหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไปเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งทางรถราง รถไฟฟ้าอะไรกันหรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ให้ไปคิดมาอยู่ ถ้าเราทำได้นะผมว่าบ้านเมืองเราจะสวยงาม


วันนี้หลายจังหวัดก็เสนอแผนงานในการจะขอสร้างที่เขาเรียกว่า "แทรม" นะ รถไฟฟ้าที่มีสายไฟข้างบนที่วิ่งนะ ก็คงจะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีอะไรเกะกะอยู่ ก็พอทำได้มั้ง เขามีงบประมาณของท้องถิ่นบ้าง อะไรบ้าง ก็มีคนมาร่วมลงทุน ก็เห็นมีอยู่ 2-3 จังหวัดนะ ก็กำลังพิจารณาอยู่ นี่แหละครับคือปัญหาเรื่องการจราจร เพราะรถเยอะไง แต่ก่อนนี้ถึงแม้ราคารถ ราคาน้ำมันแพงใช่ไหม คนก็ลดลงมาใช้การบริการรถโดยสาร รถอะไรมากขึ้น ตอนนี้พอน้ำมันลดตอนนี้ก็ใช้กันทุกคน ใช้กันทุกคนเพราะว่าไม่ต้องประหยัดแล้วไง เพราะน้ำมันลดราคาครึ่งหนึ่งมากกว่าครึ่งด้วย นี่แหละเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูนะว่า เราจะประหยัดลงได้อีก เขาลดราคาน้ำมันลง เราก็น่าจะลดค่าใช้จ่ายลงได้ด้วยการใช้รถให้พอดีๆ หรือไปด้วยกัน แต่นี่ขับรถคนละคันหมดน่ะ ก็ติดซิ ที่จอดก็ไม่มีถนนก็น้อย แล้วจะไปทำอะไรได้อีก ถนนก็มีได้แค่นี้ คลองกรุงเทพฯ ควรจะเป็นคลองที่สวยงามทำให้น้ำใส ก็ถมซะเรียบร้อยหมดแล้ว พอน้ำมาก็น้ำท่วม นี่ไง ปัญหาที่เราแก้โดยไม่แก้ทั้งระบบให้ครบวงจร ก็ซ้ำซากอยู่แบบนี้แหละ ผมก็เพียงแต่เสนอความคิดริเริ่มไปให้เขามองระยะยาว ว่าประเทศไทยควรจะต้องเป็นยังไง

คือทุกครั้งที่ไปเมืองนอก ผมก็จำภาพมานะ ผมก็ไม่ได้ไปบ่อยนะ ไปในฐานะส่วนใหญ่ไม่เคยได้ไปเที่ยว น้อยมากเลย นับครั้งแทบจะนับไม่ได้นะ ที่ไปนี่ไปทางการ ไปเยี่ยมเยือนเขาตอนเป็น ผบ.ทบ. ผมก็เห็นว่าทำไมบ้านเขาสะอาดเอี่ยม เรียบร้อย รถทำไมเขาไม่ค่อยติด ทำไมเขาจอดรถโน่นเขาไปจอดใต้ดินโน่น หรือไม่เขาก็ใช้บริการรถไฟฟ้าไง รถไฟฟ้าของเขาต่อตลอดเส้นทาง ของเราติดๆ ต่อๆ ยังไงพิกลนะ ไม่เป็นวงจร ไม่ครบลูปนะ

เมื่อถามว่า เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปอย่างไร มีมาตรการการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน อย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจเราต้องมอง หนึ่งเศรษฐกิจโลกนะ ว่าเป็นยังไง เวลานี้เศรษฐกิจโลกตก ตกเพราะอะไร ต้องไปดู ผมก็พูดหลายครั้งแล้วนะ ด้วยการสู้รบ การขัดแย้ง ด้วยภัยพิบัติบ้าง ด้วยอากาศเปลี่ยนแปลงบ้าง ใช่ไหม วันนี้ก็ภัยแล้ง ก็เลยทำให้ทุกประเทศนี่ คือรายได้ของแต่ละประเทศก็ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้วเดิม มีช่องว่างของมันอยู่แล้ว ช่องว่างระหว่างประชาชน ช่องว่างของประเทศพัฒนา กับประเทศที่กำลังพัฒนา สิ่งเหล่านี้ เลยทำให้ปัญหามาทับซ้อนในเวลานี้ คราวนี้ปัญหาทับซ้อน

ผมพูดถึงโลกแล้ว อันนี้เป็นประชาคมโลกมีหลายประชาคมมีหลายพันธะสัญญา หลายกฎกติกาเต็มที วันนี้นะ มีการรวมกลุ่มกันทั้งหมดไง เขาเรียกว่า ใช้คำว่าเป็นเศรษฐกิจเดียวไง แล้วก็ใช้ความเชื่อมโยง คอนเนคติวิติ้เข้าหากัน คราวนี้ประเทศที่รายได้น้อยนี่เดือดร้อน เพราะจะคอนเนคกับเขาได้ยังไงล่ะ ว่าต้องสร้างถนน สร้างทางรถไฟ สร้างอะไรต่างๆ เยอะแยะ แล้วรายได้มาจากไหน ประเทศเราอย่าลืมว่าเป็นประเทศที่มีรายได้จากการเกษตรใช่ไหม รายได้ประเทศประมาณสัก 70% มั้ง มาจากการส่งออกพืชผลทางการเกษตรทั้งสิ้น แล้วส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบด้วย นอกนั้นก็เป็นได้จากภาษีการค้าบ้าง ภาษีนิติบุคคล บ้างอะไรบ้าง ซึ่งหลายอย่างนี่ทำให้รายได้ไม่เพิ่มขึ้น เพราะคน ในเมื่อคนไม่มีรายดีเพียงพอที่จะขึ้นภาษีก็ขึ้นไม่ได้ เพราะงั้นภาษีก็เท่าเดิมนะ ปีนี้ขอร้องให้เสียภาษีกันให้ครบ ก็แล้วกันนะ อย่าให้มีปัญหาทางกฎหมายก็แล้วกัน ในส่วนของผู้ประกอบการทั้งหมดนะ ปี 59 ให้โอกาสนะครับ

แล้วก็อีกเรื่องคือในส่วนของประชาชนนี่ คนที่มีรายได้น้อยนี่ ยังมีจำนวนสูงมาก สูงมากเนื่องจากอะไร เพราะเขาเป็นเกษตรกรไง 30 - 40 ล้านคน แล้วก็อาชีพอิสระด้วยนะ พวกนี้เป็นเกษตรกรบ้าง พวกอาชีพอิสระ หลายอย่างที่ไม่มีรายได้ที่เพียงพอแล้วก็ทันต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก คือเรื่องเทคโนโลยี การติดต่อ การสื่อสารยานพาหนะ รถยนต์ อะไรต่างๆ ผลิตรุ่นใหม่ๆ มาเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีสตางค์ซื้อเขาไง เพราะว่าอะไร เพราะว่ารายได้ไม่พอ เพราะงั้นสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราทำไม่ดีนะ มันก็จะกลายเป็นเหมือนกับภาพลวงตา ทุกคนต้องมีรถดีๆ มีโทรศัพท์ใหม่ๆ ลูกเต้าก็เลยเอาตาม.. ตามไปหมดน่ะ เพราะไปดูตามเพื่อนไง แล้วรู้ไหมเล่าว่าพ่อแม่มีเงินเดือนเท่าไร พ่อแม่ก็ด้วยความรักลูกไง ก็ต้องหาเงินให้ลูกจนได้ ก็เป็นหนี้ เป็นสิน นี่แหละหนี้ครัวเรือนมันเกิดขึ้นมาจาก

ส่วนใหญ่จะเกิดมาจากสิ่งของที่ไม่มีมูลค่าในอนาคต แต่ถ้าเป็นหนี้จากการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รถยังพอได้บ้าง ผ่อนรถเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อไปทำงาน เราก็โอเคนะ แต่ถ้าไปเป็นอย่างอื่นผมว่าไม่คุ้มค่า เขาเรียกว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อันนี้แหละคือตัวเลขหนี้ครัวเรือนจริงๆ แต่คำว่าหนี้ครัวเรือเรามาเน้นที่มองว่าสูงๆ จริงๆ แล้วต้องไปดูนะ แยกแยะให้ออกว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้คือหนี้ที่กู้ยืมมาใช้ ระหว่างทำการเกษตร ยังขายไม่ได้ กับหนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ หรือหนี้เกี่ยวกับบ้าน ที่ดินอะไรแบบนี้ อันนั้นเป็นสินค้าที่มีมูลค่าในวันหน้า เป็นมรดกลูกหลาน เป็นหนี้คนละแบบ แต่ใช้คำว่าหนี้ครัวเรือนเหมือนกันนะ

บางประเทศมีหนี้เยอะเหมือนกันนะ แต่เขามีแรงขับเคลื่อนไงนะ เพราะงั้นเราก็ต้องเดินหน้าประเทศใน

1. ก็คือเศรษฐกิจโลก เราจะทำยังไงกับเขา เราจะร่วมมือยังไง ก็อยู่กับการพบปะในหลายเวที พูดคุยกับเขา จัดตั้งกลุ่ม กลุ่มอาเซี่ยน กลุ่มประชาคมตะวันตก ตะวันออก แล้วคุยกันซิว่าเราจะสร้างความเชื่อมโยงตรงนี่กันอย่างไร ในรูปแบบของต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ใช่ไหม อาจจะร่วมทุนกันก็ได้ หรือลงทุนในประเทศนั้นประเทศนี้ก็ได้

หรือในเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์กันให้เท่าเทียม PPP มีทุกอย่างวันนี้ รัฐบาลนี้แก้ทุกอันวันนี้ก็มีหลายประเทศ หลายบริษัทให้ความสนใจมากนะ จะเห็นว่ามีหลายประเทศ หลายบริษัทมาพบผม ซึ่งผมก็พบเป็นการเปิดนะ ผมไม่พบส่วนตัวอยู่แล้ว ให้ทุกรัฐมนตรีเข้ามานั่งฟังด้วยแล้วก็รับฟังปัญหาของเขา ว่าเขาต้องการอะไร สิ่งที่เขาต้องการคือสิ่งที่เราไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาสิบๆ ปีมาแล้ว เราเคยปรับปรุงเศรษฐกิจของเราเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ด้วยการ ถ้าพูดถึงมิตรเราก็ญี่ปุ่นมั้ง ตอนนั้นที่มาลงทุนมากๆ หน่อยตอนนั้น จากวันนั้นถึงวันนี้นะ ก็มีประเทศนั้น ประเทศนี้มาเพิ่มเติม แต่สิ่งที่เริ่มต้นสมัยนั้นยังไม่ได้พัฒนา ก็คือยังเป็นสินค้าเก่าๆ สินค้าที่พื้นฐานซึ่งราคาไม่สูงมากนัก

วันนี้ก็เลยต้องกำหนดว่า สินค้าเก่า 5 ประเภท อุตสาหกรรมเก่า 5 ประเภทนะ กับ อุตสาหกรรมใหม่ 5 ประเภท เช่นหุ่นยนต์ สินค้าที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือเป็นเทคโนโลยี เราต้องส่งเสริมเหมือนกัน ให้คนมาลงทุนบ้านเรา ทั้งของเก่าของใหม่ต้องไปคูกัน 10อย่าง ของเก่าก็พัฒนาให้มีราคาสูงขึ้น สร้างนวัตกรรม แข่งขันเขาได้ ราคาสามารถจะดั้มลงแข่งในราคาขายตลาดโลกได้ ผมถึงบอกว่าต้องมีนวัตกรรมไง วันนี้เราสามารถจะเอาหลายอย่างไปแข่งขันเขาได้นะ ผมก็ให้ไปรื้อเรื่องโครงการวิจัยทั้งหมดที่คิดออกมาแล้วนี่ แล้วนำมาสู่การผลิต ผมเห็นหลายอย่าง สินค้าทางการเกษตร ที่เกี่ยวกับการประกอบรถไถ รถเกี่ยวข้าว รถอะไรนี่ ทำได้ดีนะครับ แต่ไม่ได้ออกสู่การผลิต ไม่ได้ขายไง ผมก็ไปเร่งอยู่นี่

ก็ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานพยายามไปอุดหนุนเขาบ้างเราก็ต้องไปแก้กฎหมาย แก้ พ.ร.บ.ให้สามารถใช้จ่ายงบประมาณของรัฐได้ในช่วงระยะการทดลอง เอามาใช้แต่เขาทดสอบมาแล้วล่ะว่าแข็งแรง เราก็รับรองมาตรฐานให้ได้ แล้วทำยังไงจะใช้เงินของรัฐได้ ซื้อมาก็ลดราคาตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่มีทางเกิด นี่รัฐบาลนี้ทำ

นี่คือเศรษฐกิจโลกนะ เศรษฐกิจประชาคมโลก มีตั้งหลายประชาคมนะ ผมก็แบ่งการพูดคุยเจรจาของผม ไปเวทีต่างๆ ก็มีการพูดคุยทวิภาคี หลายอย่างด้วยกัน เช่นประชาคมยุโรป ใช่ไหม ประชาคมประเทศตะวันตก ต่อไปก็ประเทศที่เป็นมุสลิม ต่อไปกลุ่มประเทศอัฟริกา อัฟริกันนะ ต่อไปกลุ่มประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ใช่ไหม ต่อไปก็เป็น CLMV แล้วก็เป็นอาเซี่ยนที่เหลือ ทั้งหมดนี่ก็คือเพื่อน พี่น้องเราทั้งสิ้น ตอนนี้เราจะหาแมชชิ่งกันได้ยังไง อะไรจะต้นทุน อะไรต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตั้งแต่เพาะปลูก ตั้งแต่วัสดุต้นทุน มาถึงการผลิต การแปรรูป สร้างนวัตกรรม จะสร้างที่ไหนก็แล้วแต่ แต่เกิดวงจรขึ้นมา นะ แล้วเมื่อสร้างขึ้นมา คนของเราก็จะอยู่ในวงจรเหล่านั้น ประชาชนก็ส่วนหนึ่ง ถ้าทำเกษตรไม่ได้ดี ต่อไปน้ำไม่พอ ก็จะได้มีที่ทำงานของเขายังไง มีรายได้เลี้ยงลูก เลี้ยงพ่อแม่เขา นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในคำว่าตรงกลางนะ

ประชาคมโลก อาเซี่ยนยิ่งสำคัญ ตอนนี้เศรษฐกิจเขาอยู่ได้นี่ เศรษฐกิจระหว่างอาเซี่ยน เพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์นะ คือขายกันเองนี่แหละ รอบบ้านเรานี่แหละ แล้วสินค้าเราก็เป็นที่นิยมนะของเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามเราก็ต้องเผื่อแผ่เขาบ้าง ไม่ใช่เราขายได้อย่างเดียวแล้วดีใจ วันนี้เราเป็นอาเซี่ยนแล้วเราก็ต้องเป็นเพื่อนกัน ผมบอกกับผู้นำทุกประเทศ เราต้องเดินไปด้วยกัน แล้วเราจะไม่ทิ้งใคร งั้นเราต้องหากิจกรรมที่แต่ละประเทศมีศักยภาพ แล้วก็มาร่วมมือกัน วันหน้าต้องมาพูดถึงเรื่องอะไรล่ะ สินค้า GI ที่ต้องมีที่มาทางภูมิศาสตร์เข้าไปอีก วันหน้าหลายพันธะสัญญา เขาต้องคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบเข้าไปอีก เราต้องเตรียมการให้พร้อมนะ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยคิดกันมาหรอก แต่ผมคิดตอนนี้นะ ข้าราชการเขาก็อยากจะทำ อยากจะคิดแต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจยังไง วันนี้ต้องสนใจ เราช้าเกินไป เพราะงั้นอย่าขัดแย้งเลยนะ

คราวนี้มาพูดถึงตรงกลาง ข้ามชาติ ตรงกลาง ข้ามชาติก็ต้องมาช่วยกลางชาติน่ะพูดง่ายๆ จะไปฟ้องว่าข้ามชาติ ผูกขาดไม่ใช่ เขาโตไปแล้วก็โตไปแล้ว เราต้องเอาเขามาสร้างห่วงโซ่เชื่อมโยงให้ได้ ต่อไปต้องมาพูดถึงประชาชนซิ คราวนี้ ประชาชนเขาไม่มีทางเลือกเลย เขาต้องผลิต แล้วขายใคร ขายพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาใช่ไหม เราต้องมาดูว่าปัญหาอยู่ไหน ตั้งแต่ต้นทุนการผลิต เรื่องอะไรล่ะ การปลูกข้าวต่อไร่นี่ ต้นทุนสูงนะ 4-5 พันบางทีนะ แล้วขายได้เท่าไร ได้ 7,000 กำไรเท่าไร 2,500 จะอยู่รอดเหรอ ระหว่างนั้น หนี้ครัวเรือน เขาก็ต้องไปกู้เงินเขามาไง แล้วมาเลี้ยงลูกไง ไอ้ลูกก็จะเอาโทรศัพท์มือถือแพงๆ ไง มอเตอร์ไซค์ แพงๆ อะไรอย่างนี้ หรือมอเตอร์ไซค์ไปแว้น อะไรทำนองนี้ นี่ไงพันไปถึงปัญหาสังคม เพราะงั้นเราก็ต้องมามองว่าเราจะทำให้ประชาชนเข้มแข็งก็คือ สร้างธุรกิจที่เกิดจากพวกเขากันเอง เขาเป็นคนผลิตอยู่แล้ว ถ้าสร้างให้เขาสามารุแปรรูปได้ แปรรูปขั้นที่ 1 ได้ เช่นเอาวัสดุที่เป็นผ้าขาวม้า สมมุติ ยกตัวอย่าง นี่ทอผ้าขาวม้าออกมาแล้ว เอาผ้าขาวม้ามาทำเป็นกระเป๋า ทำเป็นเสื้อผ้า อาภรณ์ อะไรต่างๆ ก็จะเพิ่มมูลค่าของเขาเอง แล้วก็จะมีกลุ่มของเขา ไม่งันเขาไม่มีตลาด ทุกคนทำผ้าขาวม้าหมด จะไปขายใครเขา ผ้าขาวม้า ยกตัวอย่างอย่างเดียวนะ

ผมถึงบอกว่าวันนี้เราต้องปรับงบประมาณใหม่ทั้งหมดด้วย ให้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการของประเทศ ในอาเจนด้าที่ว่านะ ตามวาระที่เราต้องการ อันแรกก็งบรายจ่ายประจำ แล้วก็พื้นฐานที่เคยทำมาแล้วเดิม ถ้าเอาแผนเดิมทำ ก็ทำไปตลอดนั่นแหละ เดี๋ยวจาก 2 เลน จากเลนเดียวเป็น 2 เลน 2 เลน เป็น 4 เป็น 8 แทบไม่ต้องคิดก็ไปปรับตรงนั้นแล้วว่าเราจะเอาตรงไหนเป็นศูนย์กลางเรื่องอะไร สหภาพเขาอยู่ตรงไหน ถนนตรงนี้ควรจะขยายไหม หรือจะทำถนน อุโมงค์ หรือจะทำสะพานข้าม ก็มี 18 กลุ่มจังหวัดไง ก็ฟังจาก 18กลุ่มจังหวัดเขา แต่ละกลุ่มจังหวัดเขาก็มี 6-7 จังหวัดมั้ง เขาจะทำอะไรล่ะ ศักยภาพเขา แลกเปลี่ยนกันได้นะ แล้วทำร่วมกันได้ในวงจรภายในประเทศ รวมกับของฝ่ายประชาชนเขาด้วย จะเข้มแข็งภายใน อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งยังไง ระเบิดจากภายในใช่ไหมนะ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะพูดว่าต้องมองเศรษฐกิจมหภาค แล้วก็ระดับในประเทศ วันนี้กำลังทำอยู่ทั้งหมด

จะเห็นว่าวันนี้มีอะไร ตลาดให้ชาวบ้านเขามีทางออกให้เขา เขาทำมาแล้วจะไปขายที่ไหนล่ะ ก็ต้องรองรับจากอะไร จากพ่อค้าคนกลางอย่างเดียว หรือไม่ก็พ่อค้าใหญ่อะไรก็แล้วแต่ วันนี้เอาลงมาช่วยหมด วันนี้จะเห็นว่าเราตั้งร้านค้าแบบนี้ ร้านค้าเพื่อประชาชนนี่ 130 กว่าร้าน ที่ปั้มน้ำมัน ปตท. ชาวบ้านเขาจะเอาสินค้าโอทอปเขามาวางขาย วันหน้าผมก็บอกเอาสินค้าการเกษตรซิ เอาสินค้าที่เป็น ประมงซิ ปลาเค็ม อะไรที่ดีที่สุด จะได้ต่อไปด้วยการท่องเที่ยว คนจะได้ไปเที่ยวซื้อปลาเค็ม ที่นี่ที่โน่น ไปซื้อผักสดที่สุด ซื้ออะไรที่หวาน ผลไม้หวาน ทุกพื้นที่ทุกชุมชน ต้องหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ แล้วรัฐบาลก็จะกำหนด อย่างนี้คือสิ่งที่น่าจะเป็นนะ ไม่ใช่ว่าไอ้นี่มันไม่มีสตางค์ เงินน้อย เอาเงินใส่ไป ใส่ไป แล้วเอาไปทำอะไร เอาไปใช้หนี้ยังไง แล้วเกิดรายได้ขึ้นมาใหม่ไหม ไม่เกิด ใช้หนี้ก็ยังไม่หมดเลยของเก่า

แต่ถ้าเราให้แบบนี้ ก็จะเกิดโครงสร้างของธุรกิจขึ้นมาซึ่งวันหน้าก็จะมีธุรกิจที่เรียกว่า สตาร์ทอัพ หรือ SMEs หรือ Micro SMEs จะต้องเกิดขึ้นรัฐบาลก็จะคิดแบบนี้นะ เพราะผมก็ไปฟังต่างประเทศมา ถามเขาว่า หลายประเทศเขาวันนี้เขาพูดกันถึงคำว่า SMEs เราก็พูดกันมาเหมือนกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำ วันนี้ทำหมด ก็ต้องใช้เวลายังไงประมาณเกือบ 2 ล้านรายมั้งนี่ ในประเทศไทยนี่ เกือบ 90% เป็นธุรกิ SMEs หมดนะ ที่เราส่งออกนี่ ต้องไปดูเขาพัฒนาฝีมือคุณภาพให้ทุนแล้วแต่เยอะแยะไปหมดให้การอบรม ออกแบบดีไซน์ คือแทบทุกเรื่องน่ะ ผมก็บอกให้ไปคิดให้เขาให้หมดน่ะ ถึงมีของดีขึ้นไงไม่งั้นก็ขายไม่ออกนะ

อีกอันก็คือในเรื่องของ ที่ทำอะไรไม่ได้อยู่นี่ น้ำขาด จ้างงานให้ทุกคนมีงานทำ ให้เกิดการบริโภคมีการลงทุนในพื้นที่ คือก็หมายความว่า สมมุตติว่ามีใครที่อยากจะลงทุนต่างๆ ก็ขอร้องเขาช่วยเอาแรงงานไปได้ไหม บริษัทก่อสร้าง เพราะโครงการขนาดเล็กนี่ใช้แรงงานช่วยได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรมากมาย เพราะงั้นใครที่ได้โครงการไป ไม่ว่าจะโครงการขนาดเล็กขนาดใหญ่ที่ผ่านมาก็เอาประชาชนเป็นแรงงานซะ อันนี้ก็ได้หลายจังหวัด หลายพื้นที่ที่ได้ประโยชน์นะ อันนี้ก็จะเอาจังหวัดที่มีผลกระทบจากสินค้าเกษตรตกต่ำ และภัยแล้ง ทำอะไรไม่ได้ เดินไปผมยังไม่รู้จะหาเงินได้สัก 10 บาทที่ไหนเลย ผมสงสารเขานะ ผมขึ้นฮอไป ผมมองบนอากาศ ไม่ได้นั่งหลับ นั่งฮอนี่ นั่งมองแล้วผมนึกถึงบ้านแต่ละหลังๆ ข้างล่าง อยู่กันยังไง เขาอยู่กันแบบไหนนี่ เขามีอะไรจะกินกันไปวันๆ เงียบทุกบ้านเพราะอะไร ลูกหลานเข้ากรุงเทพฯ หมด ไปหางานทำไปรับจ้างเป็นกรรมกรบ้าง เป็นอะไรบ้าง เราจะปล่อยให้เขาเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหรือ ไม่ได้แล้ว มันหมดเวลาแล้วล่ะ ถ้ายังปล่อยแบบนี้ ประเทศก็ไปไม่ได้ ข้างบนก็ไปไม่ได้ กลางๆ ก็ไปไม่ได้ ข้างล่างยิ่งไปไม่ได้ใหญ่

วันนี้ก็ ตั้งแต่กันยายน 58 - 59 ทีผ่านมานะ เราก็มีการผลงานที่เราเร่งรัด สำรวจ อนุมัติไปแล้ว เราสำรวจมาก็อยากจะรายงานตรงนี้นะครับ โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 7,000 กว่าตำบลนะ ไม่ใช่น้อยนะ มีโครงการที่ได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณไปแล้ว 100,000 กว่าโครงการ มูลค่าราว 36,000 ล้านบาทแล้วก็เบิกจ่ายผูกพันงบประมาณไปแล้วร้อยละ 98 ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ที่ช้าเพราะว่าโครงการเยอะมาก ต้องทำให้ถูกต้อง

เรื่องที่ 2 ก็คือโครงการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกร คนยากจน เพื่อจะสร้างความเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพนะ เป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณแล้ว 4,000 โครงการ มูลค่า 3,200 ล้านบาท เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วร้อยละ 85 ที่เหลือรัฐจัดสรรไป ก็ต้องกลั่นกรองน่ะ ไม่ใช่เอาเงินลงไป แล้วจะไปใช้อะไรก็ได้ จะไปแจกกันอะไรกันไม่ได้ ต้องมีคณะกรรมการดูทุกอัน

อีกอันคือโครงการสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร อันนี้เนื่องจากว่าเราจะลดต้นทุนการเกษตรได้ ต้องลดหลายอย่างนะ 1.ค่าเช่าที่นา 2.การเช่าเครื่องจักร 3.การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ มาแทนปุ๋ยเคมีราคาแพง หักไปหักมาเสร็จแล้วสรุปว่าทำนา โทรศัพท์ ทำนาหมด ไอ้พวกนี้ก็เอาเงินกระจายไปหมด แล้วเสร็จแล้วหักกำไรเสร็จ ถูกกดราคาบ้าง ข้าวความชื้นไม่พอ คุณภาพไม่ได้ เหลือ 7,000 ลงทุน 5,000 กำไร 2,000 จะไปทำอะไรได้

นี่ต้องคิดแบบนี้ว่าเอ๊ะ จะทำยังไงให้ 2,000 ดีขึ้น ผมก็อยากยกตัวอย่าง กระทรวงเกษตร รัฐมนตรีรายงานมาว่าไปตรวจเยี่ยมเมื่อวาน วันก่อน ไปดู แล้วเขาไปปลูกถั่วเขียวแทน เขาบอกว่าเดิมได้ 2,500 ต่อไร่ วันนี้เขาได้ 35,000 ต่อไร่ ต่อเดือน เป็นไง ก็ไม่ทำนี่ บางคนก็ไม่เชื่อไม่ทำ เพราะไม่เคยทำ ผมไม่ได้หมายความว่าห้ามท่านปลูกข้าวนะ อยากจะปลูกก็ปลูกไป ปลูกเท่าที่มีน้ำ ที่ปลูกไว้กิน ปลูกไว้ใช้นี่ โอเคเลย ถ้าคิดจะปลูกไว้ขาย มันทำไม่ได้หรอก เพราะเดี๋ยวน้ำหมดก็ตาย ตายแล้วรัฐบาลต้องเอาเงินอุดหนุนเข้าไปอีก แทนที่จะเอาเงินมาซื้อเครื่องจักร ที่ผมว่าเมื่อกี้นี้นะ ไม่ได้ต้องคิดใหม่ ขอร้องกันเถิดมีปัญหาก็มาบอกข้าราชการ ฟังเขาบ้างนะ ผมเห็นใจพ่อแม่พี่น้องจริงๆ เรื่องเครื่องจักรกลนี่เราให้กับกลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร อนุมัติไปแล้ว 421 รายการ 21 จังหวัดมูลค่า250 ล้านบาท ไม่ใช่ว่าครบหรอก แต่ผมให้เพื่อจะไปถ่วงดุลไง ใครล่ะเอกชน ชอบขึ้นราคาสูง

เวลาข้าวเขาเสีย ปลูกข้าวไม่ได้แล้วถูกเก็บค่าเช่านา ถูกเก็บเหมือนเดิม เก็บเขา เขาก็เป็นหนี้ แล้วหนี้ก็ทบไปเรื่อย ถ้าเกิดน้ำแล้ง 4 ปี5 ปี ก็เป็นหนี้ 5 เท่า คือต้องจ่ายค่าข้าว จ่ายไม่ได้คิดเป็นตัง คิดเป็นเงิน วันหน้าก็โดนยึดที่ ทำวนอยู่แบบนี้ แล้วรัฐบาลไหนล่ะจะแก้ รัฐบาลนี้กำลังจะแก้ แก้อยู่นี่ ก็เพียงแต่ขอร้องชาวบ้านให้เข้าใจแล้วกันทุกอย่าง เรื่องที่ดินก็จัดหาให้ไม่ให้สิทธินะ เดี๋ยวไปขายอีก

อีกอันก็คือเรื่องของเมื่อกี้นี้ ประมาณร้อยละ 90 นะ ทำไปแล้ว ต่อไปก็คือเรื่องการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล สี่พันกว่ารายการ สองพันกว่าล้าน ก็เบิกจ่ายไปแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์นะ ของงบประมาณ ติดตามทุกอย่างนะครับ อุปสรรคต่างๆ แก้ทุกอัน อันไหนมันช้า ช้าเพราะอะไร ช้าเจ้าหน้าที่ไม่พอ เอาเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปช่วยเขาทำ เอาจังหวัดลงไปช่วย อบท. ลงไปช่วย ทุกอย่างต้องช่วยกันหมด เพราะว่าความไม่พร้อมในระบบต่างๆ ไม่มีความพร้อมกันเลย แล้วเดิมไง คราวนี้พอทำอะไรใหม่ๆ ทำเร็วๆ คิดแก้ปัญหา แก้ไม่ได้ แก้ไม่ทันสักอย่างเลยนี่ นี่คือปัญหาของเราแต่ดีขึ้น เดี๋ยวจะดีขึ้น เพราะเราจะต้องสร้างความเข้มแข็งจกภายในให้ได้ วันนี้ต้องพัฒนาต้องเรียนรู้นะครับ สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน กลไกร่วมกัน การบูรณาการ การประชุมหารือที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว ให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ที่เราเรียกว่า ประชารัฐนั่นแหละนะ

วันนี้ในส่วนของกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร จังหวัด อำเภอ ภาคเอกชน ต้องมาช่วยกันในประชารัฐทั้งหมด รัฐทำอย่างเดียวไม่ได้ ประชาชนทำอย่างเดียวก็ไม่ได้ อบท. ก็ไม่ได้ ทั้งหมดต้องรวมกัน เพราะงบประมาณมีคนละแท่ง คนละแท่ง ถ้าทุกคนต่างคนต่างทำ แยกกันทำ ฉันอยากทำเรื่องนี้ ตรงนี้ฉันอยากทำ แล้วจะต่อประสานกันได้ไหม ที่ผมพูด น่ะ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ไม่มีเกิด แล้วเมื่อในประเทศไม่เกิด ก็ไปสร้างรอบบ้านไม่ได้ CLMV ไม่ได้ อาเชี่ยนก็ไม่เกิด แล้วจะไป คอนเนคชั่น กับใครเขาล่ะ ไม่มีอนาคตทั้งสิ้น วันนี้เริ่มต้นได้เท่านั้นเอง แต่ก็เริ่มขึ้นในทุกพื้นที่เลยนะ เพราะว่าผมขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการเอกชนด้วยไง แล้วก็ภาคธุรกิจ 12คณะด้วย ที่มาช่วยเรา หลายบริษัท มาช่วยกันเอาประชาชนช่วยดูแลซิ เพราะว่าคนไทยด้วยกัน เขาก็ยินดีนะ วันนี้หลายอย่างเดี๋ยว คงอาทิตย์หน้ามั้ง ผมจะให้เขามาพูดให้ฟัง ว่าเขาทำอะไรร่วมกับเราไปแล้วบ้างนะครับ

เป้าหมายของเราในเรื่องเหล่านี้นะ วันนี้ที่เราพยายามทำเร่งในชุมชนให้ได้ เอาเงินลงไปให้เกิดการหมุนเวียนแล้ว อะไรแล้ว เป็นกิจกรรมที่จะทำให้ทุกคนมาปฏิสัมพันธ์ กัน มาเจอกัน มาคุยกัน บางทีที่ผ่านมาไม่ได้คุย เพราะทะเลาะกันเรื่องการเมือง เรื่องสี เรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้ก็จะได้มาคุยกัน ขุดดินไป ขุดลอกแหล่งน้ำกันไป ขจัดผักตบชวา แล้วก็คุยกัน ก็เป็นบ่อเกิดของความสุขนะ ผมว่า ไม่งั้นทะเลาะกันทุกเรื่อง วันนี้ดีขึ้น ทุกพื้นที่ ผมได้รับรายงานอย่างนั้นนะ คือผมไม่ได้ถามเจ้าหน้าที่อย่างเดียว ผมถามชาวบ้านด้วย ผมถามชาวบ้านที่มาหางานในกรุงเทพฯ เขาบอกว่าดีขึ้นค่ะ ดีขึ้นอะไรล่ะ ดีขึ้นเพราะว่า คือไม่ต้องฟังคำพูดอะไรที่เขายุให้พวกเรานี่ทะเลาะกันทั้งวัน คือพวกเราโมโหทั้งวันน่ะ ไม่รู้จริง ไม่จริง แต่ก็โมโห ก็เลยทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างก็เชื่อคนละอย่าง ต้องเชื่ออย่างเดียวกันซิครับ เชื่อว่าประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า แล้วเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปด้วยความรัก ความสามัคคี ไม่ใช่การแบ่งพวก แบ่งข้าง ไม่ใช่ทั้งนั้นนะ ไม่มีประเทศไหนเขาเป็นแบบเราหรอก

ถ้าเรากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ก็จะ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ไปสู่ชุมชน ไปสู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภูมิภาค ประชาคมอาเซี่ยน ไปสู่ประชาคมอื่นๆ นี่ต่อกันอย่างนี้นะ

หลานเรื่องนะครับ ที่เราให้ชาวบ้านเขามีรายได้ มาช่วยใช้กำลังบ้าง ซ่อมแซมทรัพย์สินสาธารณะ สร้างงานสร้างอาชีพ ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงแหล่งน้ำ เหล่านี้เป็นการต่อยอดโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถด้วยนะ ปีนี้เป็นปีที่ 70 ของการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะ และปีที่ 84 ของ สมเด็จพระเจ้า พระบรมราชินีนาถ ใช่ไหม ใน 2 วาระด้วยกัน ทำเพื่อท่านซิ ทำเพื่อพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทำมาเท่าไรแล้ว แล้วนั่นน่ะกี่ปีมาแล้ว คิดซะบ้างนะ

เพราะถ้าเราพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนไม่ได้ จบ จบ หมดทุกเรื่อง ปลูกฝังความรัก ความสามัคคี ระยะยาว จะเกิดวงจรเกิดขึ้น ถึงจะไปได้ ผมต้องตอบเยอะหน่อยเพราะหลายคนไม่เข้าใจ ว่าเศรษฐกิจคือเศรษฐกิจ สั่ง 2 วันแล้วทำได้ รัฐบาลนี้ทำไมทำช้า ไม่เห็นมีอะไรสักที ก็ที่ผ่านมา ดีสักกี่คน ดีสักกี่พวก ดีสักกี่กลุ่ม ที่เหลือก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ผมก็โมโหตรงนี้แหละ

เมื่อถามว่า สินค้าประมง และการประมงเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูปลาวางไข่อยู่ ทางรัฐบาลมีมาตรการในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของประมง ประมงไทยทั้งหมด ปัญหาที่ผ่านมา ที่ไม่ได้รับการแก้ไขก็คือในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายไม่ทันสมัย IUU พันกับค้ามนุษย์เข้าไปอีก วันนี้ออกกฎหมายไม่รู้กี่ฉบับ แล้วก็พยายามจะทำให้องค์กรระหว่างประเทศเขาเชื่อมั่น เพราะเราเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางทะเลนะ ทางประมงนะ รายได้ของรัฐ 2-3แสนล้านบาท ล้านๆ นะ ต่อปีนะ ถ้าเขาเลิกซื้อของเราไปล่ะก็เรียบร้อย เป็นรายได้หลักของเราด้วย เพราะงั้นเราต้องมีมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำที่ดีพอ แล้วก็ยอมรับมาตรฐานสากล ขณะเดียวกันเราก็ต้องทำพร้อมกัน คือในเรื่องของการรักษาทรัพยากรทางทะเลของเราไว้ด้วย ไม่ใช่มีเท่าไรจับจนหมดน่ะ อีกหน่อยปลาประเทศไทย ไม่มีปลาสักตัว แต่เหลือแต่เรือประมงกับชาวประมง จะไปจับปลาที่ไหนล่ะ

วันนี้ผมต้องทำทั้ง 2 อย่าง อย่างหนึ่งก็คือไปหาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในเรื่องของการเปิดหาแหล่งจับปลา หาความร่วมมือของเรือประมง เพราะเรือเราเยอะ ประมงเราก็เยอะ แต่ไต๋ไม่มี ไต๋น้อย ลูกเรือน้อยเข้าไปอีก ก็ผิดกันไปหมดน่ะ วันนี้แก้ทุกอัน ทำให้ถูกซะก่อน พอถูกก็เดือดร้อนซิ เคยทำมาได้ ตอนนี้ก็มีเสียงบ่นโน่นนี่ ทำไมต้องมาทำตามโน่น นี่เขา ก็โลกเขาเป็นคนบังคับ ทุกประเทศเขาก็บังคับ เรามีความผิด เราก็ต้องยอมรับสิ่งที่เราทำไม่ถูก เราก็แก้เท่านั้นเอง แต่ต้องเดือดร้อนแน่นอน แต่สิ่งที่ท่าต้องคิดว่า 20 ปี 30 ปีที่ท่านทำมาล่ะ ท่านกำไรไปแล้วหรือยังไม่เพียง พอหรือไง วันนี้ท่านจะเสียสละซักหน่อยได้ไหม จะขาดทุนบ้างนิดหน่อยได้ไหม อะไรเหล่านี้ต้องคิดแบบนี้นะ ไม่ใช่บอกเออรัฐบาลนี้มาทำลายความสุขของเขาโดยการไม่ให้เขาจับปลา แล้วถ้าไม่มีปลา ไม่วางไข่มีปลาได้ไหม ปลามันออกลูกเป็นตัวหรือ ปลาทูนี่ แล้วคนชอบกินไข่ปลาทูอีก เพราะงั้นหน้าปลาทุนี่ ปีหนึ่งก็มีแค่ช่วงเดียวเท่านั้นเอง มีระยะเวลาสัก 3 เดือน ได้มั้ง ใช่ไหม ในการที่จะปิดอ่าวนี่ 4 จังหวัดนะ ภูเก็ต พังงา กระบี และตรัง นะ มาตรการเหล่านี้ก็มีในเรื่องของการห้ามการใช้เครื่องมือในการทำประมงบางชนิด ซึ่งส่งผลต่อการขยายพันธ์ ของทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน ปลาทู ที่ว่าไปแล้วนี่ หลายอย่างนะ ต้องมีปลาโตว่ายน้ำให้เราจับ ปลาเล็กก็ต้องไปอนุบาล ป่าชายเลนก็ต้องไปดูอีก ก็เหมือนโรงพยาบาลสัตว์ โรงพยาบาลปลา

เราทำลายทุกเรื่องเลย ตั้งแต่จับจนเกลี้ยง ป่าโกงกางก็ทำลายทิ้งใช่ไหม ใช้เครื่องมือก็ตาถี่เกินไป ปลาตัวเล็กก็จับหมด จับไปทำอะไร ทำน้ำปลา แทนที่จะเป็นปลาตัวโตให้กินอย่างอื่น ปลาดีๆ เยอะแยะไป วันนี้ก็เพียงแต่แก้ปัญหาว่าใช้อวนถูกประเภทใช่ไหม มีกฎหมาย วันนี้มีกฎหมายออกมาเยอะแยะแล้วนะ ตั้งแต่ ปี’58 ที่รัฐบาลนี้ออกมาพระราชกฤษฎีกาการประมง 2558 มีโทษปรับตั้งแต่5,000 บาท ถึง 30 ล้านบาทนะ รู้ไหม 30 ล้านนะ โดนปรับน่ะ หรือปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการประมง เพราะงั้นโวยวายไม่ได้นะครับ ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ทั้งโลกเขาก็เป็นแบบนี้ ไม่มี ปฏิเสธได้ว่าไม่รู้กฎหมาย ต้องรู้ ต้องฟัง ต้องอ่าน

เครื่องมืออวนลากคานถ่างนะ ใช้ประกอบกับเรือกล แล้วก็เครื่องมืออวนโป๊ะ ได้รับการยกเว้นให้ทำการประมงได้ เพราะอันนี้ตามันห่างบ้างอะไรบ้าง ก็พอจะลอดไปบ้างนะ จะได้ให้โอกาสในการขยายพันธ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในห้วงเวลาดังกล่าวด้วย ขอความร่วมมือด้วยนะครับ

ก็เป็นห่วงนะ ประมง อะไร ประมงพื้นบ้านใช่ไหม ประมงคนจนน่ะ ความจริงก็ใช้เครื่องมือผิดประเภท มาเยอะเหมือนกันนะ แล้วก็วันนี้พยายามผ่อนผัน พยายามชะลอทุกอย่าง เพราะถือว่าเป็นรายได้หลักของครอบครัวมายาวนาน แล้วไม่ได้ทำเสียหายมากนัก แล้วเขาก็ บางอย่างเขาก็ไม่ได้อยู่ในกติกาของทีเขากำหนดมานะ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนนะ ดูแล แต่ก็ต้องขอให้ ท่านต้องมีความรักในสิ่งทีทำให้ท่านมีกินมีใช้มาคือปลา เห็นอกเห็นใจปลาเข้าบ้าง เหมือนเห็นอก เห็นใจคนน่ะนะ คนเห็นใจคน คนเห็นใจปลา เพราะเป็นอาชีพไง ปลาหมดแล้วจะไปไหนล่ะ ตัวเองก็เป็นประมงพื้นบ้าน จะไปไหน วิ่งได้ไกลเกิน 5 กิโล 10 กิโล ได้ไหม ไม่ได้อีก เสร็จแล้วไง วันนี้ขอน้ำ วันหน้าขอปลารัฐบาลมาให้จับหรือ จะไปต้อนปลามาจากไหนล่ะ คิดให้ง่ายๆ แค่นี้แหละ

เมื่อถามว่า ในฐานะที่นายก ฯ เคยเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ความสำคัญกับการเกณฑ์ทหารอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องเกณฑ์ทหาร การเกณฑ์ทหารอันที่ 1 ก็คือเราต้องการปลูกฝังวินัยของคนในชาติ ชายไทยทุกคนต้องเป็นทหาร แต่การเป็นทหารในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นทุกคน สัดส่วนการเกณฑ์ทหารเท่าไร 1 ต่อเท่าไร 2 ต่อ 8 น่ะ เหมือน 10 คนนี่ ถูกเกณฑ์ไปแค่ 2 คนเอง ตัวเลขคร่าวๆ นะ แต่ปัญหาของเราก็คือว่าสงสารนะ เวลามาอู้ย ร้องห่มร้องไห้ กันจะเป็นจะตาย แต่สิ่งสำคัญของเราก็คือว่าการให้เขามีวินัย เราต้องอย่าลืมว่าการศึกษาของเราสามารถนำคนเข้าระบบการศึกษาได้ไม่ครบ เพราะงั้นการเป็นทหารปัจจุบันนะ มีทั้งเรื่องของการเรียนต่อ กศน. การปลูกฝังการมีระเบียบวินัย การปลูกฝัง ยุทธวิธีทำการรบ แล้ววันนี้เรามีทหารประจำการใช่ไหม ทหารประจำการมีประมาณสัก 75% เท่านั้นเองที่บรรจุ ถ้าเราต้องบรรจุ 100% ก็ต้องใช้งบประมาณสูง เพราะคนหนึ่งใช้เงินเยอะ เรื่องนายสิบ เรื่องนายทหารนะ แล้วเขาต้องไปอยู่ตามบ้าน ตามชุมชน เขาจะพัฒนาตัวเอง ไปสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ให้มีความมั่นคง เรียนรู้เรื่องการเฝ้าระวัง

ที่จับใบดำใบแดงเหลือ 20% เอง ที่ผมดูข้อมูลมาแล้วนี่ แสดงว่ามีผู้ที่สมัครใจเป็นทหารเลยนี่ ไม่น้อยแล้วเดี๋ยวนี้ เพราะงั้นในทหารอีก 80% เป็นผู้สมัครใจเข้ามาเป็นทหารเลย แล้วผ่านการสมัคร และคัดเลือก เป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนแพทย์ทหารได้นะ ก็บอกกับตำรวจ สตช.ให้ ปฏิรูปตรงนี้ ส่วนหนึ่งก็ไปรับมาจากข้างนอก ส่วนหนึ่งก็รับทหาร ไม่งั้นก็หนีทหาร เพราะก็ไม่อยากเป็นอยู่แล้ว เราต้องสร้างกำลังใจให้เขา จากนี้ไปมีสิทธิ์ที่จะไปสอบเป็นตำรวจอีกนะ โคว์ต้าตรงนี้นะ ต้องคิดแบบนี้ ครบวงจร ผมก็พูดกับ ผบ.ตำรวจมาแล้วก็เห็นด้วย จะสักกี่เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ ก็แล้วแต่ เพราะพวกนี้รบเป็นอยู่แล้วยังไง บางคนก็ไปใต้มา อะไรมา

เรื่องนี้อย่าไปปนกับเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งวุฒิภาวะไม่ได้หรือเปล่าผมก็ไม่รู้ ผมก็สั่งลงโทษขนาดหนัก ไปแล้วนะ ผบ.ทบ. รับไปแล้ว ลงโทษ อย่างนี้ไม่ได้ มีคนเจ็บคนตายไม่ได้นะ เกินไปนะ ผมก็รับไม่ได้ สมัยผมก็ห้ามเหมือนกัน ห้ามมาตลอดนะ แล้วแต่ว่าจะเกิดช่วงไหนเท่านั้นเองเพราะคนก็เป็นคนน่ะ วันนี้เราต้องดูแลเขาให้ดีให้ปลอดภัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น วันนี้ที่หลับที่นอน อาหารการกิน ก็ต้องสมบูรณ์ เบี้ยเลี้ยงเงินเดือนเขาก็สูงขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำนะ ก็เห็นทุกคนก็ไม่มีงานทำ หลายคนก็สมัครเข้ามา ก็มีความสุข ส่งเงินไปให้พ่อแม่ เพราะไม่ได้ไปเที่ยวไหน

วันนี้สิ่งสำคัญที่อยากคิดต่อไปก็คือ ทุกคนอย่าไปคิดว่าวันนี้ไม่สำคัญนะ การเป็นทหาร ความมั่นคงไม่สำคัญ ไม่ต้องไปรบกับใคร การใช้จ่ายเรื่องงบป้องกันประเทศของทุกประเทศในอาเซี่ยนนเพิ่มขึ้น ทุกประเทศเลยนะ เพราะเราถือว่าขึ้นน้อยกว่า ทำไมเขาถึงขึ้นล่ะ เขามีไว้เพื่อไม่ให้รบกัน ถ้าต่างคนต่างมีศักยภาพก็ใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเมื่อไรที่ไอ้นี่แข็งแรง ไอ้นี่ไม่แข็งแรง พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เราก็เสร็จ เพราะงั้นนี่คือสิ่งที่ไปพิจารณากันเอง ควรจะทำยังไงนะ

กำลังสำรองก็สำคัญ ทหารอย่างเดียวไม่พอหรอก ถ้ารบกันจริงๆนะ ต้องมี อส. มีใครล่ะ ชรบ อรบ. ตอนนี้ก็เอาไปใช้งานที่ใต้ยังไง เข้าตรวจตามแนวชายแดน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ อีก ยาเสพติด ผู้ก่อการร้าย การบรรเทาสารธารณะภัย น้ำท่วม ฝนแล้ว ไฟป่า ช่วยหมด ก็ทหารเก่าไปนำชาวบ้านออกมาเพราะเขาเคยฝึกเคยหัดมาแล้วยังไง อย่างเช่นน้ำท่วมใหญ่ปี ’54 แล้วก็ซึนามิมั้ง ปี 47กลุ่มแรกที่เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนหนึ่งคือทหารเกณฑ์ จากการคัดเลือกเหล่านี้ ทหารในพื้นที่ ท้องถิ่น แล้วก็ กำลังสำรองที่ปลดประจำการไปแล้ว เขาก็รู้ยังไง ว่าต้องดูแลคัดคน คัดแยกคน ปิดกั้นพื้นที่ นี่เขาทำ นั่นแหละคือสิ่งที่ดีนะ สิ่งไม่ดีก็ลงโทษกันไป

เมื่อถามว่า ในปัจจุบัน ทั้งสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย มีความสำคัญ และส่งอิทธิพลต่อความคิดของประชาชน มีแนวความคิดเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ผมได้หารือในเวทีระหว่างประเทศด้วยนะ ผมถามทุกประเทศเลย มีปัญหาไหม มีหมดน่ะ มีเรื่องนี้ เรื่องโซเชียลมีเดียนี่ซึ่งมีอิทธิพลสูง เพราะทุกคนง่ายขึ้นไง เสพง่ายขึ้น ตอนนี้ก็กำลังหารือกันอยู่นะ ว่าจะหามาตรการอะไร ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยคิดนะ ผมก็ต้องถามเขาดู เขาบอกว่าเป็นปัญหา เรื่องของความมั่นคง ประชาชนไม่เข้าใจหาว่ารัฐไปแทรกแซง ปิดกั้น ความจริงไม่ใช่เลย ถ้าไม่มีเรื่องไม่มีราว เขาจะไปยุ่งทำไม เพียงแต่ว่าเขาต้องมีอะไรสักอย่างไหม มีข้อกำหนดไหม บริษัทที่ให้การบริการเหล่นี้ต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเหล่านี้ เพราะ ทุกอย่าไม่ได้ผ่านผม ผ่านรัฐบาลนี่นะ มันผ่านทางบริษัท บริษัทที่ให้การบริการทั้งหมด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทุกคนต้องเข้าใจว่าวันนี้ เราประเทศอาเซี่ยน หรือประเทศไหนในโลก ส่วนใหญ่แล้วมาจาก Youtube กับ Google ทำนองนี้นะ ซึงเราไปห้ามเขาไม่ได้หรอก เพราะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่า ที่นายกฯ เคยแนะนำให้ดูละครเกาหลี แล้วมีละครไทย หรือะไรที่อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ผมชอบดูละคร ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ผมก็เปิด ทีวี ข้างหน้าเป็นเพื่อน แล้วผมก็คิด ผมก็เขียน ผมก็อ่านหนังสือไป พอได้ยินเสียงแว่วๆ อะไร เอ๊ะมันน่าจะดี เงยหน้ามาดูหน่อย วันนั้นพอดีเปิดดู เจอเป็นเกาหลีเข้ามาพอดี ผมก็ดูเขาหน่อย เอ๊ะ ก็ดูดี สิ่งที่ผมบอกไม่ใช่ให้ไปเช่า เขาเรียกอะไร ไปซื้อเขามาฉายในประเทศไทย ไม่ใช่ ผมให้คิดแบบเขา แล้วทำไมเขาคิดได้แบบนั้น ทำไมเขาผูกเรื่องได้แบบนั้น แล้วมาคิดของเรา ผมได้ข่าวมีคนไปซื้อมาแล้วนะ จะมาฉายในประเทศไทย คือไม่ต้องเอาใจผมขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวคนไทยก็เลยเข้าใจกันผิดไปอีก แต่ไม่เป็นไร เพื่อนเรา เกาหลีเพื่อนเรา เพื่อนรักเราตั้งแต่อดีต ตั้งแต่สงครามเกาหลี วันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่ ท่านประธานาธิบดีเกาหลีกับผมก็เจอกันบ่อยครั้งในการประชุมนะ หลายอย่างก็จะมีความร่วมมือระหว่างกัน วันนี้เศรษฐกิจเราก็เดินทางไปนะ การลงทุน เกาหลี ญี่ปุ่น ใครล่ะ หลายประเทศ รัสเซีย อินเดีย เดี๋ยวผมก็ต้องเดินหมด ทุกประเทศ เพราะเราอิสระไง

ก็ยินดีนะครับ ถ้าท่านจะซื้อมาก็ซื้อมาเถอะ แต่ผมผมอยากให้ของเราปรับปรุงหน่อยซิ ปรับปรุงเรื่องการแต่งกายปรับปรุงในเรืองที่มันเป็นเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องของครอบครัวโน้น ครอบครัวนี้ เรื่องมรดก แล้วก็เรื่องอะไรอีกล่ะ เรื่องโป้ๆ เปลือยๆ นะ มีทุกเรื่องเลย บางเรื่องก็เยอะที่สุดเลย แล้วเสร็จแล้วก็ไปสู่โน่น เรื่องของการจัดนิทรรศการ จัดงานรถยนต์ จัดโอ้ย มันทำให้สังคมเสื่อมโทรม เด็กก็เลยไม่รู้ว่าอะไรถูก ผิด สมัยก่อนผมบอกแล้วว่าผู้หญิงนี่ไม่ใช่เออเขาแต่งตัวให้ผู้ชายดูง่ายๆนะ เขาต้องแต่งให้สวย แต่งให้มิดชิด วันนี้เปิดให้ผู้ชายดู จะได้ชอบเรา มันไม่ใช่หรอก นะ เป็นความชอบผิวเผินมากกว่า เพราะงั้นผมว่าจะหล่อไม่หล่อ หล่อได้ก็ดี ไม่หล่อแต่ก็มีความดีทดแทน ผมว่าพอสู้กันได้ แต่ก่อนเขาเรียกอะไรนะ คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง วันนี้อย่าไปเชื่อคารมน่ะ เชื่อความดีดีกว่านะ โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะ

ทุกวันจันทร์ วันอังคาร พี่น้องประชาชนมีเวลาว่างประมาณ 1 ชั่วโมงนะ แหมผมก็เกรงใจ นึกว่าเป็นวันศุกร์นะ ก็เป็นจันทร์ – อังคาร เดี๋ยว 2 ทุ่มก็เจอของผมอีกไง วันศุกร์ เดี๋ยวเล่นงานผมอีก ก็แนะนำแล้วกันนะครับให้พี่น้องประชาชนนี่มาชมละครโทรทัศน์ สัญชาติไทยเลยนะ เป็นซีรี่นะ แหมใช้คำหนักไปหรือเปล่าไม่รู้ สัญชาติไทย คนไทยทำนะ เป็นซีรี่ชุดที่เรียกว่า เรื่องเจ้าเวหา ผมก็เห็นโฆษณาแป๊บๆ นะ เดี๋ยวจะลองดูเหมือนกัน หาเวลาว่างๆ นะ แบ่งเป็น 3 ตอนนะ รู้ซะด้วยนี่ คือเขาสรุปมาให้ผมดูว่ามีอะไรบ้างให้ผมมาพูดโฆษณาให้เขาหน่อย แบ่งเป็น 3 ตอนนะ เจ้าเวหา นี่ คือฝั่งน้ำ จรดฝั่งฟ้า เป็นทหารเรือ ดูน่าดูนะ เป็นทหารเรือใช่ไหม ไม่มีทหารบกเลยในนั้น มีพิชิตแดนใจ แล้วก็ผู้ครองฟ้า อันนี้ดูทาง TRUE For You ใช่ไหม ช่อง 24 ใช่ไหม ก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับสร้างสรรค์สังคม ปลูกฝังอุดมการณ์ การรักชาติแล้วก็ดีต่อทุกสาขาอาชีพนะ ขอบคุณผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ นักแสดง ทีมงานที่สร้างผลงานทีมีคุณภาพ สู่สายตาคนไทย อยากให้สร้างเยอะๆ นะ ความรักชาติ ความเสียสละ ความอดทน ซื่อสัตย์เหล่านี้ต้องสร้างในใจคนไทยให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กนะ เด็กเล็กที่ยังบริสุทธิอยู่ทั้งหมดนี่


นอกนั้นผมคงตอบไปหมดแล้วมั้งเรื่องความมั่นคงตอบไปแล้ว ที่อยากจะถามเราอีกเรื่องที่บอกเราไว้จะถามเรานะ ก็เราเตรียมความพร้อมเราให้ได้แล้วกัน ทั้งคน เครื่องมือ เทคโนโลยี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ ขึ้นอยู่กับแผนการพัฒนากองทัพ ไม่ใช่วันนี้นึกจะซื้ออะไรก็ซื้อได้ ไม่ใช่เขาวางแผนเป็น 10 ปี ได้เงินเมื่อไร ก็ทำเมื่อนั้น พอได้เมื่อไรเมื่อนั้น กว่าจะซื้อได้อีก 5 ปี มั้งถึงจะมา รุ่นใหม่มาใหม่อีกแล้ว ก็ไม่ทันไง พอไม่ทันขึ้นมาก็เสียหาย แล้วก็สิ้นเปลือง วันหน้าก็แพงขึ้นไปอีก เราไม่ต้องการของที่ดีที่สุด แพงที่สุด แล้วเอาที่มาตรฐาน ใช้ได้ รับรองมาตรฐานได้ แล้วก็มีใช้ในต่างประเทศ มีน้อยก็ใช้น้อยซิ ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี ยังไงก็ต้องมี เพราะรอบบ้านเขามีหมด ไม่ได้ไปแข่งขันกับเขา แข่งไม่ได้หรอกเรา ยังไม่พร้อม แต่เรามีให้ใกล้เคียงเขาก็พอแล้ว เราไม่ได้เอาไว้รบกันนี่นา ตอนนี้ทำหลายเล่มแล้ว

ด้านสังคมหรือสังคมเกี่ยวกับการศึกษา ต้องสอนให้คนคิดเป็น คิดเป็นขบวนการ คิดให้เป็นวิสัยทัศน์ คิดแต่ต้นจนจบให้เป็นน่ะ ไม่ใช่คิดแต่ตอนต้น ปัญหา แล้วตอนจบต้องการอะไร แล้ววันนี้ไม่รู้เรื่องเลย พูดกันทุกวัน เป็นอย่างนี้หมด ผมไม่อยากจะว่า หลักการรู้ วิชาการรู้ แต่ถามว่าทำยังไง ไม่รู้เหมือนกัน ผมดันคิดจะทำ ก็พอจะมีทางออกให้ทำได้บ้าง แต่ผมเก่งไม่เท่าท่าน ถ้าท่านเอาความรู้ที่ท่านมี เอาวิชาการที่ท่านมี มาผสมกับผม มาช่วยผมซินะ แล้วก็อย่าขัดแย้งกันมากนัก ทุกคนถ้าไม่ทำตามตัวเองนะเลิกหมด ไม่ได้ ต้องเอาสิ่งที่ 10 คนมาคุย 10 คนมีเรื่องโต้กันอยู่ 3 เรื่อง เอา 3 เรื่องออกมาทำก่อน นี่ 10 คนเลือกไม่ตรงกัน ก็เอาเรื่องของเราเป็นหลัก เรืองคนอื่นเอาไว้ก่อน ก็ไปไม่ได้หมด ทุกเรื่อง เหมือนปฏิรูปน่ะ วันนี้มีตั้งเป็นร้อยเรื่องมั้ง หลายวาระด้วยกัน เพราะงั้นอะไรทีทำได้ทำก่อน อะไรที่ขัดแย้งมากๆ ถ้าบังคับเหรอ มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะวันหน้าก็ขัดแย้งอีก ใช้กฎหมายหรือ ก็วันนี้คนเชื่อกฎหมายเยอะไหมล่ะ วันนี้กฎหมายประกาศไปโครม ก็ยังทำอยู่เลย แล้วคนเหล่านี้เหรอ ทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ไม่รู้พวกไหน ไปดูเอาเอง

เรื่องกฎหมาย ออกกฎหมายมาเยอะนะ กฎหมายการค้า กฎหมายความมั่นคง กฎหมายอำนวยความเป็นธรรม กฎหมายคนจน อ่านดูบ้างนะ ไม่งั้นท่านไม่รู้หรอกกว่ามีอะไรบ้าง กองทุนยุติธรรม แก้ปัญหางาช้าง ปัญหาค้ามนุษย์ IUU ICAO ที่ผ่านมาไม่ค่อยสนใจกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะ ก็ให้เจ้าหน้าที่ทำไป ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ พอวันนี้ พอมีเรื่องมาบอกโทษข้าราชการ ข้าราชการเขาเสียใจนะ ผมจะบอกให้ วันนี้ผมให้กำลังใจเขาอยู่

เรื่องต่างประเทศ ทำยังไงจะให้เขายอมรับเรา วันนี้ผมคิดว่า ผมทำได้ระดับหนึ่งนะ ให้เขายอมรับว่าเรากำลังพัฒนา ประเทศ กำลังปฏิรูปประเทศ ผู้นำหลายประเทศให้กำลังใจผม ว่าเออยินดี แล้วก็เห็นความก้าวหน้าของรัฐบาลเราใน ปัจจุบัน มีความก้าวหน้าในหลายๆเรื่องด้วยกัน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ และรู้ว่าเป็นงานที่ยาก เป็นงานที่ยากและมีปัญหาที่ทับซ้อนมายาวนาน นี่ผู้นำประเทศเขาพูดนะ เขาเห็นผมทำนี่ เขาบอกว่าเออก็มีความก้าวหน้า ก็ขอให้รักษาเสถียรภาพรัฐบาล รักษาเสถียรภาพประเทศให้ได้แบบนี้ ให้สงบแบบนี้ ไม่มีการประท้วง อะไรทำนองนี้ แล้วไปสู่การเลือกตั้งที่ได้รัฐบาลที่ดีมา เขาก็คาดหวังเหมือนเราเหมือนกันนะ แหมแต่ของเรานี่มัน ต่างประเทศเขาก็บอกว่า ผมอธิบายเขานะบอกว่าเราเปิดเวทีทีไรทะเลาะกันทุกที เพราะทุกคนไม่ยอมกันยังไง เขาก็บอกว่าแปลกเหมือนกันนะ หลายเรื่องที่ผมเล่าให้เขาฟัง ตรงห้องนี้แหละ มันเกิดอะไรแปลกๆ บ้านเรานี่ เขาบอกว่ายังเกิดอีกหรือ ยังมีหรือแบบนี้ เขาไม่เข้าใจยังไง จะเกิดขึ้นได้ยังไง มีการใช้อาวุธปืน M16 ใช้ ระเบิด หรือเผาศาลากลาง มีหรือ หรือทำลายการประชุมอาเซี่ยน มีหรือ ไม่มีทั้งนั้นแหละ คนทำก็อ้างว่า พรวกต่อต้าน ต่อต้าน กฎหมายเขาต่อต้านได้ไหมเล่า เขาประท้วงได้ไหม เวลาตัวเองประท้วง เขาก็ประท้วงก็เหมือนกันแหละ แถมอาวุธเข้าไปอีก ก็ชุดเดิมนี่แหละ อีกพวกก็ต้องหามาป้องกันตัว ก็ไปทั้งคู่ วันหน้าก็เป็นอะไรเขาเรียกอะไร การจลาจลไง

อีกไม่กี่วันนี้ก็จะหยุด พ้นวันหยุดสงกรานต์แล้วใช่ไหม ฝากความคิดถึงหรือ คิดถึงอยู่แล้ว ประชาชนนะ ทุกวัน ทุกคืน 24 ชั่วโมง คิดงานทั้งวัน คิดงานสั่งงานจนบางคนเขาเบื่อผมแย่อยู่แล้วนี่ ตอนนี้ ข้าราชการเขาก็เบื่อๆ เหมือนกัน แต่เขาก็ต้องทำแหละ ผมขอร้องเขาทำให้ประชาชนไง

ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยในช่วงสงกรานต์นะครับ ข้าราชการขอบคุณในวันนี้ ในวันหน้า ขอบคุณในปีเก่าไทย ปีใหม่ไทย ขอความร่วมมือ ได้ไหม อวยพรปีใหม่ไทยนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญ ความปลอดภัย มีความรักความสามัคคี แล้วก็อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ เดชะพระบารมีแผ่ไพศาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาล พระราชทานพรให้กับประชาชนทุกคน ที่เป็นคนไทยนะ สัญชาติไทยทั้งหมด ทั้งชายหญิง เด็กเล็ก คนชราทั้งหมด ทั้งเกือบ 70 ล้านคน มีความสุข และมีความสบายใจ แล้วก็ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน มีรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต จากการวางพื้นฐานของพวกเราที่วางให้

กลับขึ้นด้านบน