“จาตุรนต์” ชี้กรณี “บัตรประชาชนกับห้องดับจิต” สะท้อนบ้านเมืองป่าเถื่อน

“จาตุรนต์” ชี้กรณี “บัตรประชาชนกับห้องดับจิต” สะท้อนบ้านเมืองป่าเถื่อน

“จาตุรนต์” ชี้กรณี “บัตรประชาชนกับห้องดับจิต” สะท้อนบ้านเมืองป่าเถื่อน

รูปข่าว : “จาตุรนต์” ชี้กรณี “บัตรประชาชนกับห้องดับจิต” สะท้อนบ้านเมืองป่าเถื่อน

จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กจวกแนวคิดรัฐบาลเพิกถอนบัตรประชาชนของนักศึกษาที่ไม่คืนเงินกู้กยศ. และแก้ปัญหาเมาขับด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ในห้องดับจิต ว่าเป็นเรื่องที่สะท้อนว่าบ้านเมืองยังป่าเถื่อน

วันนี้ (16 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานว่า เวลาประมาณ 07.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า “บัตรประชาชนกับห้องดับจิต”

เขียนความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองไปบ้างแล้ว เดี๋ยวคงทยอยขึ้นให้อ่านกันได้ ตอนนี้ขอคุยเรื่องที่สนใจสักเรื่อง ไม่ใช่เรื่องการเมืองโดยตรงแต่จะว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวว่ามีการเสนอให้ใช้มาตรการเพิกถอนบัตรประชาชนกับผู้ที่ไม่ชำระหนี้กองทุนกู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต(กยศ.) จะเป็นเพราะได้พยายามหาวิธีต่างๆมาแล้วไม่สำเร็จหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ก็เลยคิดจะใช้วิธีนี้

เรื่องกยศ.ที่ผิดเพี้ยนไปจากแนวความคิดเดิมจนจำไม่ได้แล้วนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ถ้าจะคุยก็คุยกันได้ยาว แต่ขออนุญาตที่จะไม่พูดถึงในวันนี้

ที่อยากจะพูดถึง ก็คือ การจะใช้วิธีเพิกถอนบัตรประชาชนซึ่งออกจะเป็นเรื่องร้ายแรงเอาการอยู่ ใครถูกเพิกถอนบัตรประชาชนก็คงเดือดร้อนสาหัสสากรรจ์ จะติดต่ออะไรก็ไม่สะดวก ไปไหนมาไหนถูกตรวจสอบแล้วไม่มีก็อาจถูกควบคุมตัวหรือถูกดำเนินคดีเอาได้ ขึ้นเครื่องบินก็จะยุ่งยากหรือถึงขั้นตกเครื่องเอาดื้อๆ

แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นเพียงตัวอย่างความเดือดร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการไม่มีบัตรประชาชนเท่านั้น ที่สำคัญในระบบกฎหมายและวัฒนธรรมของไทยซึ่งต่างจากบางประเทศที่เขาอาจไม่ต้องมีบัตรประชาชนกัน บัตรประชาชนของคนไทยกลายเป็นเครื่องแสดงความเป็นคนไทยกับเขาคนหนึ่ง พอไม่มีบัตรประชาชนเสียแล้ว นอกจากเสียสิทธิ์ต่างๆมากมาย ยังต้องสูญเสียศักดิ์ศรีของความเป็นคนอีกด้วย

การใช้วิธีเพิกถอนบัตรประชาชนมาจัดการกับนักศึกษาหรือบัณฑิตที่ค้างหนี้จึงไม่เพียงเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุไปมาก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจความสำคัญของสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นคนที่ผู้มีอำนาจอยากจะลิดรอนกันเมื่อไรอย่างไรก็ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเกิดในช่วงสงกรานต์และไม่พบว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เหมือนเรื่องบัตรประชาชนคือเรื่องการส่งคนเมาแล้วขับไปเข้าห้องดับจิตและให้ช่วยแต่งศพ

การจะหาทางแก้ปัญหาเมาแล้วขับนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะเมาแล้วขับเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนถนนมากที่สุด แต่บทลงโทษก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่จะบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดจริงจังและรณรงค์กันอย่างไร

ส่วนการให้คนที่ทำผิดกฎหมายไปบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมก็เป็นวิธีการที่ช่วยให้คนได้เรียนรู้และปรับตัวให้เป็นคนที่ดีของสังคมได้ ในหลายๆประเทศก็ใช้กันอยู่ แต่จะให้ไปทำอะไรให้แก่สังคมจะต้องมีหลักมีเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ใช่อยากจะให้เขาไปทำอะไรก็ได้แล้วแต่ผู้มีอำนาจหน้าที่จะคิดกันตามใจชอบ

ผมเคยต้องเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนถนนซึ่งรวมถึงเรื่องเมาแล้วขับมาก่อน แต่ที่เคยทำอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ก็คือ การเคยเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ต้องเรียนผ่าศพในวิชากายวิภาคศาสตร์

การเข้าไปในห้องดับจิตและการแต่งศพนั้น สำหรับผู้ที่คุ้นเคยแล้วก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับหลายๆ คน อาจเป็นเรื่องน่าหวาดกลัวจนถึงขั้นกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรงได้ การบังคับให้ผู้กระทำผิดกฎหมายต้องไปอยู่ในห้องดับจิตหรือแต่งศพจึงเป็นการละเมิดสิทธิ์ของเขา เป็นการทำร้ายเขาอย่างที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น อีกทั้งการทำงานในห้องดับจิตและการแต่งศพก็เป็นงานอันมีเกียรติ ไม่ควรเอามาคิดมาพูดกันในลักษณะเป็นเรื่องที่มีไว้ลงโทษคนทำผิดกฎหมายให้สาแก่ใจ

จะลงโทษคนทำผิดกฎหมายก็ลงโทษกันไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนการจะให้คนทำผิดกฎหมายไปบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมควรมีหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนที่ต้องกำหนดประเภทของกิจกรรมอย่างเหมาะสม มีทางเลือก เป็นไปโดยสมัครใจและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ทำกิจกรรมนั้นด้วย

ทั้งเรื่องเพิกถอนบัตรประชาชนและส่งคนเข้าห้องดับจิตนี้ ทำให้เห็นว่าในสังคมไทยยังมีปัญหาความไม่เข้าใจในเรื่องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อยู่ไม่น้อย ที่น่าเป็นห่วง คือ มีปัญหานี้อยู่ในหมู่ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษต่อผู้คนทั่วไปเสียด้วย

มันสะท้อนว่าบ้านเมืองเรายังป่าเถื่อนอยู่ครับ

 

กลับขึ้นด้านบน