โฆษกกลาโหมแจงทำตามขั้นตอนกรณีรับลูก พล.อ.ปรีชา เป็นทหาร ชี้อย่ามองเป็นการเมือง

โฆษกกลาโหมแจงทำตามขั้นตอนกรณีรับลูก พล.อ.ปรีชา เป็นทหาร ชี้อย่ามองเป็นการเมือง

โฆษกกลาโหมแจงทำตามขั้นตอนกรณีรับลูก พล.อ.ปรีชา เป็นทหาร ชี้อย่ามองเป็นการเมือง

รูปข่าว : โฆษกกลาโหมแจงทำตามขั้นตอนกรณีรับลูก พล.อ.ปรีชา เป็นทหาร ชี้อย่ามองเป็นการเมือง

กระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา รับลูกชายเข้ารับราชการทหารว่า ดำเนินการตามขั้นตอนปกติและไม่ต้องการให้มองเป็นเรื่องการเมือง ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ระบุเข้าข่ายใช้อำนาจขัด หรือแย้งกับระเบียบ เตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ พรุ่งนี้

ภายหลัง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ได้ลงนามในบันทึกข้อความลับ กระทรวงกลาโหม อนุมัติให้บรรจุนายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา ลูกชาย ซี่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เข้ารับราชการในตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 รับเงินเดือน 15,000 บาท และติดยศว่าที่ร้อยตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. พร้อมระบุว่า หลายคนในกองทัพก็ปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ ขัดจรรยาบรรณหรือไม่

วันนี้ (17 เม.ย.2559) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอน โดยพิจารณาจากผู้มีคุณสมบัติในสาขาที่ต้องการ

"เป็นเรื่องของเสรีในการเลือกวิชาชีพมากกว่า ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องอคติ หรือการเมือง บางคนเห็นกองทัพเป็นบริษัทมันก็ไม่ใช่ บริษัทก็มีเจ้าของเฉพาะ มีนายทุนที่จะแต่งตั้งใครก็ได้ แต่กองทัพไม่ใช่บริษัท เพราะเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่สมัครใจรับใช้ชาติและให้ความเป็นธรรมกับทุกคนที่จะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ" พล.ต.คงชีพกล่าว

ทั้งนี้ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพมี 3 รูปแบบ คือการเลื่อนฐานะจากชั้นประทวนเป็นสัญญาบัตร ส่วนใหญ่เปิดสอบกันเองภายในหน่วย การรับพลเรือนเข้าเป็นทหารทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตร เปิดสอบเป็นการทั่วไป และการรับพลเรือนเป็นทหารในสาขาวิชาเฉพาะ หายาก หรือ ขาดแคลน เช่น นักวิทยาศาสตร์ในสาขาที่ขาดแคลน หรือ มีความรู้ด้านภาษาจีน จะเปิดรับวิธีพิเศษ ไม่เปิดสอบเป็นการทั่วไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติบรรจุเข้ารับราชการ

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีนี้อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจขัด หรือแย้งต่อระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สนช. รวมถึงพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. และ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง โดยในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและให้ได้ข้อยุติ

"ลูกหลานบุคคลอื่นอาจจะเข้ามาด้วยวิธีการสอบ หรือวิธีการพิเศษ แต่คนลงนามอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้งไม่ได้เป็นคู่กรณีด้วย ซึ่งกรณีของ พล.อ.ปรีชา เป็นคนลงนามด้วยตนเอง และคนที่ได้รับการแต่งตั้งคือลูกชาย การกระทำดังกล่าวจึงขัดกันในเรื่องผลประโยชน์ของตัวเองอยู่แล้ว ไม่น่าจะเทียบเคียงได้กับลูกหลายนายทหารคนอื่น" นายศรีสุวรรณกล่าว

 

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน