เตือนคนทำงานกลางแจ้ง ระวัง “โรคลมแดด” อาจถึงตาย แนะวิธีป้องกัน-ช่วยชีวิตคนเป็นลม

เตือนคนทำงานกลางแจ้ง ระวัง “โรคลมแดด” อาจถึงตาย แนะวิธีป้องกัน-ช่วยชีวิตคนเป็นลม

เตือนคนทำงานกลางแจ้ง ระวัง “โรคลมแดด” อาจถึงตาย แนะวิธีป้องกัน-ช่วยชีวิตคนเป็นลม

รูปข่าว : เตือนคนทำงานกลางแจ้ง ระวัง “โรคลมแดด” อาจถึงตาย แนะวิธีป้องกัน-ช่วยชีวิตคนเป็นลม

จากกรณีพนักงานส่งของ ย่านมหาชัยเมืองใหม่ เสียชีวิตภายในรถที่ติดเครื่องยนต์เอาไว้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีผู้เสียชีวิตลักษณะนี้ จากอากาศร้อนจัด วันนี้มีคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ว่าควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งช่วงหน้าร้อนเพราะอาจเสี่ยงเสียชีวิต

วันนี้ (18 เม.ย.) ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยทร รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยอากาศร้อนจัด บางพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดอาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ประชาชนอาจเป็นโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้

ซึ่งเกิดจากการอยู่กลางแดด ออกกำลังกาย หรือทำงานในที่อากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนเหงื่อไม่สามารถระเหยและพาความร้อนออกจากร่างกาย ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งระบบประสาท ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว และเสียชีวิตได้

 

สำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยง ต่อโรคลมแดด ได้แก่ ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น กรรมกร ก่อสร้าง เกษตรกร ทหาร นักกีฬา , เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี , ผู้สูงอายุ , ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ , คนอ้วน , ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนการป้องกันโรคลมแดด ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด , ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และพยายามดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร, สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป สวมแว่นกันแดด กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด เลือกออกกำลังกายการช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 

หากพบเห็นผู้เป็นลมแดดให้รีบนำเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น คลายชุดชั้นใน ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น น้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบร่วมกับใช้พัดลมเป่า เพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

กลับขึ้นด้านบน