จาก "ศุภชัย" ถึง "พระธัมมชโย" ย้อนรอยคดีเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

จาก "ศุภชัย" ถึง "พระธัมมชโย" ย้อนรอยคดีเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

จาก "ศุภชัย" ถึง "พระธัมมชโย" ย้อนรอยคดีเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

รูปข่าว : จาก "ศุภชัย" ถึง "พระธัมมชโย" ย้อนรอยคดีเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

การแจ้งข้อกล่าวหากับพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มีที่มาจากกรณีอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มีการจ่ายเช็คบริจาคไปยังวัดพระธรรมกาย จนมีการสืบสวนทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเชื่อว่า เป็นการฟอกเงินของประธานสหกรณ์ฯ

ก่อนหน้านี้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดและพวกรวม 4 คน ถูกดำเนินคดียักยอกทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กรณีสั่งจ่ายเช็คให้กับบุคคลต่างๆ จำนวน 878 ฉบับ รวมมูลค่า 12,160 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนั้น มี 22 ฉบับที่มีการสั่งจ่ายแก่วัดพระธรรมกาย พระเทพญาณมหามุนี มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง และพระลูกวัดของวัดพระธรรมกาย ในช่วงปี 2552 -2553 รวมมูลค่า 1,260 ล้านบาท โดยนายศุภชัย อ้างกับดีเอสไอว่า เป็นการบริจาคเงินเพื่อบำรุงศาสนา แต่ดีเอสไอมองว่า เงินบริจาคดังกล่าว มาจากการยักยอก จึงอาจเข้าข่ายรับของโจร

เดือนมีนาคม 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงความเห็นออกหมายเรียกพระธัมมชโยให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรจากกรณีการรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย จนนำมาสู่การขีดเส้นตายให้พระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 16.00 น.วันนี้ (25 เม.ย.2559) ซึ่งพระธัมมชโยไม่ได้มารับทราบ โดยทนายความอ้างว่าเป็นเพราะอาพาธ

ก่อนหน้านี้ ทางวัดพระธรรมกายได้แถลงข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่าพระธัมมชโยไม่ได้กระทำความผิด การรับเงินจากนายศุภชัยเป็นไปด้วยความสุจริตและเปิดเผย และได้นำเงินไปสร้างศาสนสถาน ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่า ข้อโต้แย้งดังกล่าวไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้ เนื่องจากเช็คดังกล่าวมีการสั่งจ่ายให้พระธัมมชโยในสมัยดำรงศักดิ์เป็นพระราชภาวนาวิสุทธิ์ จึงไม่สามารถอ้างว่าไม่ทราบแหล่งที่มาได้ ดีเอสไอจึงลงความเห็นให้ออกหมายเรียกเพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา

กลับขึ้นด้านบน