ดีเอสไอเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย

ดีเอสไอเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย

ดีเอสไอเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย

รูปข่าว : ดีเอสไอเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับพระธัมมชโย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่ากรณีที่ "พระธัมมชโย" ขอเลื่อนนัดการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยอ้างอาการอาพาธถือว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรจึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลขอออกหมายจับ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ ระบุถึงกรณีที่ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหา เข้ารับทราบข้อหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีเป็นผู้มีชื่อรับเช็คบริจาคจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ทนายความพระธัมมชโยได้เข้ามายื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ โดยมีความเห็นร่วมกันว่า การอ้างเหตุประกอบศาสนกิจและอ้างอาการป่วย โดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน แต่กลับปรากฏว่า ยังเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ ได้เป็นปกติ จึงไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อขอเลื่อนและเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะหลีกเลี่ยงไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงมีเหตุตามกฎหมายเสนอให้ออกหมายจับ โดยพนักงานสอบสวนมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย ระบุว่า สาเหตุที่พระธัมมชโยไม่สามารถไปตามนัดของดีเอสไอ เนื่องจากการปฏิบัติศาสนกิจตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้พระธัมมชโยมีอาการเวียนศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน มีปัญหาในการทรงตัว ปวดหลัง และปวดขาเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง ประกอบกับมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงจากโรคเบาหวาน ภูมิแพ้ มีแผลติดเชื้อที่เท้าเรื้อรัง คณะแพทย์ผู้รักษาจึงมีความเห็นว่า สมควรพักและงดภารกิจเป็นเวลา 15 วัน

นอกจากนี้ วัดพระธรรมกายยังได้ออกหนังสือชี้แจง กรณีที่ดีเอสไอมีความเห็นว่า พระธัมมชโยเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ได้เป็นปกติ โดยยืนยันว่า นับตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. เป็นต้นมา พระธัมมชโยไม่ได้ออกมาปฏิบัติศาสนกิจใด และกรณีอาการป่วยมีใบรับรองแพทย์อย่างถูกต้อง แต่ดีเอสไอใช้ดุลพินิจปฏิเสธการขอเลื่อนโดยไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ดุลพินิจของดีเอสไอครั้งนี้ เป็นการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิของผู้ป่วยหรือไม่

 

 

กลับขึ้นด้านบน