เตือนระวัง "โรคลมแดด" จากสภาพอากาศร้อนจัด

เตือนระวัง "โรคลมแดด" จากสภาพอากาศร้อนจัด

เตือนระวัง "โรคลมแดด" จากสภาพอากาศร้อนจัด

รูปข่าว : เตือนระวัง "โรคลมแดด" จากสภาพอากาศร้อนจัด

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เตือนประชาชนระวังโรคลมแดดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ขณะที่ประชาชนในภาคเหนือใช้ไฟฟ้าสูงสุดถึง 3,026 เมกะวัตต์ เมื่อคืนที่ผ่านมา (25 เม.ย.2559)

ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เตือนประชาชนระวังโรคลมแดด ซึ่งจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นลม หากรุนแรงอาจมีอาการตัวร้อนจัด คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะและอาจเสียชีวิตได้ โดยเบื้องต้นควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานและควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายด้วย

ด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายงานผลการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ พบการใช้สูงสุดถึง 3,026 เมกะวัตต์ ในคืนวันที่ 25 เม.ย.2559 เวลา 21.00 น.สาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด บางจังหวัดสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้มีการเปิดแอ พัดลมและเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก สำหรับอุณหภูมิสูงสุดเมื่อวานนี้ (25 เม.ย.2559) วัดได้ 42 องศาเซลเซียสที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.เถิน จ.3ลำปาง

ขณะที่เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่ตัวเมืองอุบลราชธานี ต่อท่อนำน้ำขึ้นบนหลังคา รวมทั้งหันมาใช้พัดลมไอน้ำแทนพัดลมเพดาน เพื่อระบายความร้อน หลังจากที่ จ.อุบลราชธานี มีอากาศร้อนจัดเฉลี่ย 40-42 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่แตกต่างจากร้านอาหารส่วนใหญ่ในตังเมือง จ.ศรีสะเกษ ที่ติดตั้งสปริงเกอร์บนหลังคาร้านเพื่อลดอุณหภูมิและระบายความร้อนให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ

ส่วนผู้เลี้ยงปลากระชังใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องใช้เครื่องเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้ปลาในกระชังที่เลี้ยงไว้ในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งผู้เลี้ยงปลากระชังกล่าวว่า อากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่องประกอบกับปริมาณน้ำที่ลดลงมากส่งผลให้ปลากระชังบางส่วนทยอยตาย โดยผู้เลี้ยงบางคนต้องนำตาข่ายสีดำมาปิดกระชังไว้เพื่อลดความร้อน

กลับขึ้นด้านบน