นายกฯ ใช้ ม. 44 ให้อำนาจ ผบ.ตร. แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันเสร็จทัน 30 เม.ย.นี้

นายกฯ ใช้ ม. 44 ให้อำนาจ ผบ.ตร. แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันเสร็จทัน 30 เม.ย.นี้

นายกฯ ใช้ ม. 44 ให้อำนาจ ผบ.ตร. แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันเสร็จทัน 30 เม.ย.นี้

รูปข่าว : นายกฯ ใช้ ม. 44 ให้อำนาจ ผบ.ตร. แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันเสร็จทัน 30 เม.ย.นี้

นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ ผบ.ตร.แต่งตั้งสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ระบุหลักเกณฑ์แต่งตั้งตรวจสอบได้ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันเสร็จทัน 30 เม.ย.นี้ ขณะที่วันนี้ (27 เม.ย.) นายกฯลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามโครงการหลวงและหมอกควัน

วันนี้ ( 27 เม.ย.2559 ) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึง การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่จ.เชียงใหม่ ว่าจะติดตามความคืบหน้างานโครงการหลวงเป็นหลัก ส่วนการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือนั้นมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการไปแล้ว เบื้องต้นกำหนดจัดโซนนิ่งพื้นที่ภาคเหนือ โดยจัดเวลาเผาซากวัสดุการเกษตรในแต่ละพื้นที่ไม่ให้เผาพร้อมกัน รวมถึงการนำซากวัสดุทางการเกษตรมาแปลรูปแทนการเผาเพื่อลดและบรรเทาปัญหาหมอกควัน

นอกจากปัญหาหมอกควันแล้วยังนายกรัฐมนตรียังจะติดตามโครงการความช่วยเหลือจากรัฐบาลการบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้ง มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ และโครงการแม่แจ่มโมเดล

สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. มีคำสั่ง ลงวันที่ 26 เม.ย.2559 โดยอาศัยความตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2558 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า ก็เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้นตามกรอบเวลาในวันที่ 30 เม.ย.นี้ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ตำรวจทุกนาย

ทั้งนี้ การใช้มาตรา 44 จะทำให้กระบวนการแต่งตั้งสั้นลง สามารถดำเนินการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จในกรอบเวลาได้แต่หากใช้อำนาจตามมาตรา 56 ยังจะต้องนำเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ อีกหลายครั้งและอาจต้องขยายเวลาออกไปอีกไม่น้อยกว่า 30 วัน ตรงนี้จะขัดกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มองว่าการแต่งตั้งไม่ควรจะเนิ่นช้าออกไปอีก เพราะขณะนี้เกินครึ่งปีแล้ว และเรื่องนี้กระทบโดยตรงต่อการทำงาน

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยอีกว่า หลังจากนี้ ผบ.ตร. จะออกหลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์ตรงนี้สามารถตรวจสอบได้ โดยหลักการจะยึดแนวทาง และวิธีการแต่งตั้งเดิม และคำนึงถึงความเป็นธรรม และสิทธิประโยชน์ที่ตำรวจเคยได้รับจะไม่หายไปจากนั้นจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจ

อย่างไรก็ตามแม้ผบ.ตร.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการแต่งตั้ง โดยไม่ต้องเข้าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจอีก แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้บัญชาการแต่ละหน่วยมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งตั้งด้วย โดยยืนยันว่าจะดำเนินการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ ผบ.ตร.ให้คำมั่นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะคงไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่ตำรวจควรได้รับ มีความเป็นธรรม คนทำงานจะได้รับการปูนบำเหน็จ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของข้าราชการตำรวจในภาพรวม

 

กลับขึ้นด้านบน