4 ปีแห่งการหายตัวไปของ "แสวง อินทบุญศรี" ญาติสงสัยถูกเผานั่งยาง

4 ปีแห่งการหายตัวไปของ "แสวง อินทบุญศรี" ญาติสงสัยถูกเผานั่งยาง

4 ปีแห่งการหายตัวไปของ "แสวง อินทบุญศรี" ญาติสงสัยถูกเผานั่งยาง

รูปข่าว : 4 ปีแห่งการหายตัวไปของ "แสวง อินทบุญศรี" ญาติสงสัยถูกเผานั่งยาง

แม้การพบจุดเผานั่งยางใน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จะเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่อีกด้านหนึ่งก็สร้างความหวังให้หลายครอบครัวที่ต้องการคำตอบว่า ญาติของเขาหายไปไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือครอบครัวของข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่หายตัวไปใน จ.เลย

สมาชิกในครอบครัวและญาติของนายแสวง อินทบุญศรี เจ้าหน้าที่การเงิน องค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย จุดธูปอธิษฐานขอให้คดีการหายตัวไปของนายแสวงเมื่อปี 2555 ได้รับการคลี่คลาย หลังจากญาติเข้ายื่นความประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับชิ้นส่วนกระดูกที่พบบริเวณจุดเผานั่งยาง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยหวังว่าจะมีการสอบสวนคดีใหม่

"ขอให้จบที่แสวงเป็นคนสุดท้าย ไม่อยากให้ใครหายเหมือนแสวงอีกแล้ว ขอให้จบที่แสวง อย่าให้มีคนต่อไป" นาง ทองแดง อินทบุญศรี ญาตินายแสวงกล่าว

นายอัมรินทร์ ปทุมแมน ญาติอีกคนหนึ่งของนายแสวง กล่าวว่า หลังจากที่นายสแวดงหายตัวไปก็กลัวเขาเอาไปฆ่า ไปทำร้ายหรือเผานั่งยาง เพราะเราค้นหาจนทั่วแล้วไม่เจอ

คดีการหายตัวไปของนายแสวง ตำรวจสอบปากคำพยาน 3 คน ที่ยืนยันว่านายแสวงเข้ามานอนพักที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัย อบต.ทรายขาวในวันเกิดเหตุ ก่อนจะหายตัวไป หลังจากนั้น 1 ปี ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ของนายแสวงซึ่งถูกนำมาถ่วงน้ำเพื่อทำลายหลักฐานที่บริเวณห้วยน้ำค้อห่างจาก อบต. ทรายขาว 10 กิโลเมตร ทำให้ญาติปักใจเชื่อว่าเป็นการอุ้มฆ่าและอำพรางคดี เนื่องจากก่อนหน้านั้น นายแสวงเคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในชุมชนซึ่งเป็นอดีตตำรวจ

แม้จุดที่นายแสวงหายตัวไปจะอยู่ห่างจากจุดเผานั่งยาง อ.บ้านผือ จังหวัดอุดรธานีกว่า100กิโลเมตร แต่ลักษณะการอำพรางคดีที่นำรถไปทิ้งทำลายหลักฐานคล้ายกับกรณีนายทุนเงินกู้ในอำเภอบ้านผือ ที่พบศพถูกเผาที่จุดเผานั่งยางทำให้ญาติและครอบครัวนายแสวงเข้ายื่นความประสงค์ของตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับชิ้นส่วนกระดูก และเตรียมเข้าร้องเรียนให้ตำรวจภูธรภาค 4 ตรวจสอบคดีนี้ใหม่ เนื่องจากการสอบสวนไม่มีความคืบหน้า

ตำรวจในพื้นที่ระบุว่า สาเหตุที่คดีการหายตัวไปของนายแสวงไม่มีความคืบหน้าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่พบศพและไม่มีพยานหลักฐานที่ยืนยันว่านายแสวงถูกทำร้ายใน อบต.ทรายขาว ตามที่ญาติสงสัย ส่วนกรณีที่พยานในคดีนี้ฆ่าตัวตายนั้น ทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงไม่มีการตรวจสอบ

ญาติของนายแสวงยอมรับว่าคดีบุคคลสูญหายมีโอกาสน้อยที่ตำรวจจะรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ แต่ก็มีความหวังว่าการพบโครงการกระดูกและร่องรอยการเผานั่งยางใน จ.อุดรธานี จะนำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการอุ้มฆ่าในพื้นที่ภาคอีสาน  

กลับขึ้นด้านบน