กล้วยหอมจีน ผลกระทบจากลาวถึงไทย

กล้วยหอมจีน ผลกระทบจากลาวถึงไทย

กล้วยหอมจีน ผลกระทบจากลาวถึงไทย

รูปข่าว : กล้วยหอมจีน ผลกระทบจากลาวถึงไทย

พื้นที่ภาคเหนือของไทยจำนวนหนึ่งเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยหอมของนักลงทุนจากจีนที่จริงการลงทุนน่าจะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ แต่อีกแง่มุมหนึ่งมีข้อกล่าวหาว่าการปลูกกล้วยหอมของคนจีนใช้สารเคมีทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ต่างจากที่เคยปลูกในลาว

วันนี้ (5 พ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การใช้สารเคมีเข้มข้นอย่างต่อเนื่องในสวนกล้วยหอมเขียวที่แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชาวลาว และอาจส่งผลมายังคนไทยด้วย เนื่องจากพื้นที่ที่กลุ่มทุนจีนเช่าทำสวนกล้วยหอมมักจะอยู่ริมแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามกับ จ.เชียงราย

ปัจจุบัน เจ้าแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว พยายามที่จะจำกัดและลดพื้นที่ปลูกกล้วยหอมลง เพราะกำลังเจอกับปัญหาสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อมจนส่งผลต่อสุขภาพของแรงงานในสวนกล้วย ลักษณะทางกายภาพที่เป็นที่ราบริมแม่น้ำโขง บริเวณแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว เป็นทำเลทองที่นักลงทุนจีนใช้เป็นฐานการผลิตภาคการเกษตรมานับ 10 ปี แต่สวนกล้วยหอมก็ได้ส่งผลกระทบขยายวงกว้าง

จีนร่วมมือกับภาคธุรกิจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลงใต้ ราคาเช่าที่ดินในเขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา มีราคาสูงถึงไร่ละ 20,000 บาทต่อปี ทำให้ต้นทุนการปลูกกล้วยหอมสูง ในปี 2550 รัฐบาลจีนจึงส่งเสริมให้นักธุรกิจจีน ทำการทดลองปลูกกล้วยหอมในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว การทดลองได้ผลดีจนนำมาสู่การขยายพื้นที่ปลูกลงไปทางใต้ยังเมืองห้วยทราย และเมืองต่างๆ ริมแม่น้ำโขง

การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เป็นเพราะค่าเช่าที่ดินในประเทศลาวประมาณไร่ละ 7,000 บาทต่อปี ซึ่งถูกกว่าที่จีนกว่าเท่าตัว แต่ว่าการปลูกกล้วยหอมที่ต้องใช้สารเคมีกำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ปัจจุบันแขวงบ่อแก้วประเทศลาวจำกัดการเช่าพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้นักลงทุนขยายฐานการผลิตเข้ามาในเขตประเทศไทย

ที่อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมจีแล้วกว่า 2,700 ไร่ ที่นี่เป็นสวนกล้วยหอมแห่งแรกที่นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนโดยเช่าที่ดินจากนายทุนคนไทย ในราคาไร่ละ 3,000 บาทต่อปี ถูกกว่าประเทศลาว 1 เท่าตัว และถูกกว่าประเทศจีนถึงเกือบ 7 เท่าตัว แรงจูงใจด้านราคาค่าเช่าที่ดิน คือสิ่งที่ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ คาดว่าที่ดินของ จ.เชียงราย จะเป็นเป้าหมายต่อไปที่นายทุนจีนจะใช้เป็นฐานการผลิตกล้วยหอมเช่นเดียวกันกับประเทศลาว

การขยายธุรกิจภาคการเกษตรของจีน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ลงใต้หรือมีแนวโน้มที่ชัดเจน ว่าจะขยายพื้นที่เพาะปลูกด้วยสารเคมีเข้มข้นเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ตอนจับจับตาดูว่าจะมีมาตรการอย่างไร ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนไทย เพื่อป้อกกันปัญหาซ้ำรอยที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศลาว

ไทยพีบีเอสลงพื้นที่จากด่านผ่อนปรนบ้านแจมป๋อง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย สำรวจริมแม่น้ำโขงฝั่งชุมชนบ้านด่าน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว พบมีการปลูกกล้วยหอมตลอดแนว มีการนำท่อมาสูบน้ำจากแม่น้ำโขงขึ้นไปใช้ทำสวนกล้วยหอม

ชายชาวลาวคนนี้เป็นเจ้าของที่ดินที่กว่า 30 ไร่ เขาบอกว่าถ้าปลูกข้าว หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะต้องใช้เงินมาก ไม่คุ้มกับการลงทุน เขาจึงให้นายทุนจีนเช่าที่ดิน ด้วยการติดต่อผ่านทางรัฐบาลกลางของลาว ที่กำหนดค่าเช่าไร่ละ 7,000 บาทต่อปี เมื่อสำรวจลึกเข้าไปในชุมชนบ้านด่าน พบว่ากล้วยหอมถูกตัดออกไปแล้ว กล้วยบางส่วนที่ไม่ได้ขนาดถูกปล่อยทิ้งไว้จนเน่าเหม็น ใกล้กันยังพบขวดสารเคมีใช้แล้วส่งกลิ่นเหม็นคลายแก๊สบ่มกล้วย สวนกล้วยบางแปลงยังมีร่องรอยการใช้ปุ๋ยเคมีที่โคนต้น และกำลังปล่อยน้ำลงสวน

ส่วนบางแปลงมีการเตรียมดินเพื่อปลูกกล้วยรอบใหม่ ชาวลาวคนนี้เล่าว่า สวนกล้วยส่วนใหญ่จะจ้างคนงานต่างถิ่นมาทำงาน และจะเปลี่ยนคนงานบ่อยครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการร้องเรียนเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการใช้สารเคมีเข้มข้น การทำสวนกล้วยหอมที่ไม่มีการควบคุมการใช้สารเคมี กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแม่น้ำโขง ปัจจุบันแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว จำกัดการขยายพื้นที่ปลูกกล้วย เนื่องจากกำลังเผชิญการปนเปื้อนของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวลาว

กลับขึ้นด้านบน