"ดร.อาทิตย์" เชื่อมีผู้ทุจริตการสอบมากกว่า 3 คน เตือนสถาบันการศึกษาจับตาเทคโนโลยีสมัยใหม่

"ดร.อาทิตย์" เชื่อมีผู้ทุจริตการสอบมากกว่า 3 คน เตือนสถาบันการศึกษาจับตาเทคโนโลยีสมัยใหม่

"ดร.อาทิตย์" เชื่อมีผู้ทุจริตการสอบมากกว่า 3 คน เตือนสถาบันการศึกษาจับตาเทคโนโลยีสมัยใหม่

รูปข่าว : "ดร.อาทิตย์" เชื่อมีผู้ทุจริตการสอบมากกว่า 3 คน เตือนสถาบันการศึกษาจับตาเทคโนโลยีสมัยใหม่

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตระบุ เบื้่องต้นพบผู้ร่วมขบวนการทุจริตสอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์จำนวน 5 คน ยืนยันจะดำเนินการเอาผิดจนถึงที่สุดเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง เตือนสถาบันการศึกษาทุกแห่งให้จับตาดูเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการทุจริต

วันนี้ (9 พ.ค.2559) ดร.อาทิตย์แถลงข่าวกรณีจับทุจริตการสอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ม.รังสิต เมื่อวันที่ 7-8 พ.ค.2559 ว่า เจ้าหน้าที่จับผู้ที่อยู่ในขบวนการทุจริตครั้งนี้ได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วยผู้ที่รับจ้างใส่แว่นติดกล้องเพื่อเข้าไปดูข้อสอบ 1 คน ทีมงานส่งไฟล์ภาพข้อสอบ 1 คน และนักเรียนที่ว่าจ้างและได้รับคำตอบเฉลยผ่านนาฬิกาอัจฉริยะ 3 คน แต่มหาวิทยาลัยเชื่อว่าอาจมีผู้สมัครสอบที่ทุจริตมากกว่านี้ แต่เจ้าหน้าที่จับไม่ได้เพราะผู้เข้าสอบมีจำนวนมากและห้องสอบมีหลายห้อง

"เมื่อจับได้ว่ามีการลงทุนทำแบบนี้แล้ว เราเชื่อว่าคงไม่ได้มีนักเรียนว่าจ้างแค่ 3 คน เพียงแต่ว่าเราจับไม่ได้ เพราะมีผู้สอบเข้าหลายห้อง นี่จึงเป็นเหตุผลให้เราต้องจัดการสอบขึ้นใหม่ เพราะการสอบครั้งที่ผ่านมาถือว่าไม่บริสุทธิ์ยุติกรรมแล้ว" ดร.อาทิตย์กล่าว พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการทุจริตสอบเข้าของมหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี 2558 เคยจับได้ครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยแบบนี้

อธิการบดี ม.รังสิตระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายผู้ที่เกี่่ยวข้องกับการทุจริตแล้ว ขณะนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพื่อเชื่อมโยงถึงขบวนการหรือหากมีแนวทางใดในการเอาผิดก็จะดำเนินการจนถึงที่สุดเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง ส่วนนักเรียน 3 คนได้ขึ้นแบล็คลิสต์ไว้แล้ว ไม่สามารถเข้าสอบในมหาวิทยาลัยได้อีก ทั้งนี้ยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่มีบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยรู้เห็น

การสอบเข้าเรียนวิทยาลัยแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรังสิต นอกจากสอบข้อเขียนแล้วต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ที่เป็นไปอย่างเข้มข้นมาก โดยไม่ได้ดูเพียงความรู้ แต่ดูเจตคติและทัศนคติว่ามีความเหมาะสมจะเป็นแพทย์หรือไม่ แต่สำหรับคนที่กระทำการทุจริตแบบนี้แสดงว่าเข

ดร.อาทิตย์ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าห้องสอบ แต่ไม่ได้ระวังเรื่องแว่นตา เพราะคิดว่าเป็นอุปกรณ์ธรรมดา หลังจากนี้จะต้องเข้มงวดในการตรวจแว่นตาให้มากขึ้น

"การทุจริตที่เกิดขึ้นนี้ เป็นวิธีการหากินของกลุ่มบุคคลที่กระทำการโดยมิชอบ คิดว่าในการคุมสอบครั้งต่อไปจะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น ต้องห้ามนำอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าห้องสอบ" ดร.อาทิตย์กล่าวและเตือนสถาบันการศึกษาทุกแห่งว่า ขณะนี้ขบวนการทุจริตการสอบใช้อุปกรณ์ทันสมัยมากขึ้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่มีการแข่งขันกันสูง เช่น แพทยศาสตร์

อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดสอบครั้งใหม่ที่เดิมกำหนดว่าจะสอบในวันที่ 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายนนั้น เบื้องต้นผู้ปกครองนักเรียนหลายคนท้วงติงมาว่าไม่สะดวกเพราะเป็นวันปกติ กระทบกับการเดินทางที่มาจากต่างจังหวัด จึงขอให้มหาวิทยาลัยอำนวยความสะดวกจัดสอบใหม่ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จึงจะพิจารณาตามที่ผู้ปกครองเรียกร้อง และอาจจะจัดสอบในวันที่ 4-5 มิ.ย.2559

 

กลับขึ้นด้านบน