เปิดภาพจากกล้องซ่อนในแว่นตาของขบวนการทุจริตสอบแพทย์ ม.รังสิต

เปิดภาพจากกล้องซ่อนในแว่นตาของขบวนการทุจริตสอบแพทย์ ม.รังสิต

เปิดภาพจากกล้องซ่อนในแว่นตาของขบวนการทุจริตสอบแพทย์ ม.รังสิต

รูปข่าว : เปิดภาพจากกล้องซ่อนในแว่นตาของขบวนการทุจริตสอบแพทย์ ม.รังสิต

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดเผยภาพที่ได้จากกล้องที่ซ่อนในแว่นตาของผู้สมัครสอบเข้าวิทยาลัยแพทย์ ซึ่งคาดว่าเป็นสมาชิกขบวนการทุจริตการสอบ พบว่ามีการบันทึกภาพข้อสอบทุกหน้าก่อนเดินออกจากห้องสอบเพื่อนำภาพที่บันทึกไว้ไปส่งให้คนที่มีหน้าที่เฉลย

ผศ.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดภาพที่เจ้าหน้าที่หน้าที่ดาวน์โหลดมาจากกล้องขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในขาแว่นตาของผู้สมัครสอบเข้าวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศษสตร์ เมื่อวันที่ 7 และ 8 พ.ค.2559 พบว่ามีการบันทึกภาพตั้งแต่เดินเข้าห้องสอบ เมื่อนั่งลงที่โต๊ะสอบแล้ว เขาใช้เวลากว่า 45 นาที บันทึกภาพข้อสอบทุกหน้า แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องสอบ

จากการสอบสวนผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าวพบว่า ภาพข้อสอบที่บันทึกไว้จะถูกส่งให้ "ติวเตอร์" ที่คาดว่ามีหลายคนช่วยกันเฉลย แล้วส่งกลับมายังสมาร์ทวอชของนักเรียนผู้ว่าจ้างซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีทั้งหมด 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ถูกจับได้ในการสอบวันแรกคือวันที่ 7 พ.ค. และวันที่ 8 พ.ค. เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับผู้กระทำผิดเพิ่มเติม จึงพบผู้ที่สวมแว่นตาซ่อนกล้อง โดยสังเกตจากพฤติกรรมมีพิรุธในการใช้เวลาเพียง 45 นาทีในการทำข้อสอบ และทั้งหมดสวมแว่นตาที่มีลักษณะผิดสังเกต

ผศ.นเรฏฐ์ระบุว่า เบื้องต้นพบว่า ผู้ถูกว่าจ้างให้ถ่ายภาพข้อสอบมีด้วยกัน 3 คนในจำนวนนี้ 2 คนเป็นผู้ใส่แว่นตาติดกล้องเข้าห้องสอบ ที่เหลืออีก 1 คน เป็นผู้รับส่งข้อมูลให้ติวเตอร์ ทั้งหมดรู้จักกันและเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง ได้ค่าจ้างคนละ 6,000 บาทในการปฏิบัติภารกิจนี้ พวกเขายอมรับว่า สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งซึ่งนักศึกษา ม.รังสิตรู้จักดี เป็นผู้ว่าจ้างและบอกด้วยว่า การสอบวันแรกในวันที่ 7 พ.ค. สามารถส่งข้อสอบได้สำเร็จทุกข้อ แต่มาถูกจับได้ในวันที่ 8 พ.ค.ซึ่งเป็นการสอบวันสุดท้าย

 

"เรารู้ว่าภาพนี้ถูกส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่ที่มีคนรวมกันอยู่หลายคน เช่น วิชานี้สอบฟิสิกส์ ก็จะมีผู้ที่เก่งฟิสิกส์หลายๆ คนมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งนั้น แล้วแบ่งกันทำข้อสอบซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เมื่อเฉลยข้อสอบเสร็จ เขาก็จะส่งข้อความไปยังนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของผู้ว่าจ้างที่สมัครสอบเข้าแพทย์ ซึ่งเวลาที่ส่งมานั้นเท่าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นช่วง 30 นาทีสุดท้ายของเวลาในการสอบ ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอให้ผู้สอบเขียนคำตอบลงไป" ผศ.นเรฏฐ์

ทีมข่าวไทยพีบีเอสตรวจสอบโดยรอบมหาวิทยาลัย พบป้ายโฆษณาของสถาบันกวดวิชา มีข้อความในลักษณะรับประกันการสอบเข้าคณะแพทย์ ติดอยู่ ซึ่งตรงกับที่รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ระบุว่า เป็นสถาบันกวดวิชาแห่งเดียวกัน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบครั้งนี้

 

"ตอนนี้เราแจ้งความแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ในเรื่องความเสียหายทางแพ่ง มหาวิทยาลัยรังสิตจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบโดยตรงในเรื่องของชื่อเสียง และการยกเลิกการสอบเพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก และโดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดกับนักเรียน 3,000 คน ที่มาสอบ" รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีอาญาและแพ่งแล้ว มหาวิทยาลัยเตรียมที่เสนอชื่อผู้ที่ทุจริตการสอบทั้ง 3 คนนี้ต่อแพทยสภา เพื่อพิจารณาการเข้าสู่อาชีพแพทย์ในอนาคต

รองศาสตราจารย์นายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า สถาบันกวดวิชาที่ปรากฏในป้ายโฆษณานั้น ไม่ได้จดทะเบียนโรงเรียนกวดวิชาอย่างถูกต้องกับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงนักเรียนที่หวังทางลัดเข้าเรียนต่อ และในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ค.) ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี จะเชิญนักเรียนผู้ว่าจ้างทั้ง 3 คน เข้าให้ปากคำ

สำหรับกำหนดวันสอบครั้งใหม่ มหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาเลื่อนไปเป็นวันที่ 4 และ 5 มิ.ย.2559 ซึ่งตรงกับวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด ขณะที่ผู้เข้าสอบในครั้งที่ผ่านมานั้น มหาวิทยาลัยยังเตรียมนำกระดาษคำตอบมาวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบว่า ยังมีนักเรียนอีกกี่คนที่ร่วมขบวนการทุจริตสอบ โดยได้เฉลยคำตอบเหมือนกัน เพื่อเอาผิดย้อนหลัง

 

กลับขึ้นด้านบน