"กว๊านพะเยา" แล้งหนักดินแตกระแหงหลายสิบไร่ กระทบระบบนิเวศ-ประมงพื้นบ้าน

"กว๊านพะเยา" แล้งหนักดินแตกระแหงหลายสิบไร่ กระทบระบบนิเวศ-ประมงพื้นบ้าน

"กว๊านพะเยา" แล้งหนักดินแตกระแหงหลายสิบไร่ กระทบระบบนิเวศ-ประมงพื้นบ้าน

รูปข่าว : "กว๊านพะเยา" แล้งหนักดินแตกระแหงหลายสิบไร่ กระทบระบบนิเวศ-ประมงพื้นบ้าน

กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ อยู่ในสภาพแล้งจัด หลายจุดตื้นเขิน ขณะบางพื้นที่ไร้น้ำแผ่นดินแตกระแหง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและการทำประมงพื้นบ้าน

วันนี้ (11 พ.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก "พะเยาโพสต์ เพื่อคนพะเยา" โพสต์ภาพกว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ พร้อมระบุข้อความ "แดดร้อนแผดเผา กว๊านพะเยาดั่งทะเลทราย" 

 

 

นายวิวัฒน์ ปรารมณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา กล่าวว่า ล่าสุดกว๊านพะเยาปริมาณน้ำลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กว๊านพะเยาที่เคยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด เพราะปลาไม่ขึ้นมาวางไข่ส่งผลให้ปริมาณปลาลดลง  อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยาได้เตรียมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปลา และเพาะพันธุ์ปลาไว้ให้มากที่สุด โดยมีแผนปล่อยพันธุ์ปลา 50 ล้านตัว ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง เพื่อชดเชยปลาที่สูญหายไปจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้อธิบดีกรมประมงได้อนุมัติหลักการแล้ว

นายวิวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า กว๊านพะเยามีเนื้อที่กว่า 12,000 ไร่ บริเวณน้ำแห้งขอดในหลายจุดที่พบเห็น เป็นเพียงบางพื้นที่เท่านั้นไม่ได้แห้งขอดทั้งหมด

 

ขณะที่ นายสมบูรณ์ บัวเทศ ประธานประมงพื้นบ้านชุมชนสันหนองเหนียว กล่าวว่า ปีนี้แล้งหนักกว่าปีก่อนๆ จำนวนปลาลดลงอย่างเห็นได้ชัดส่งผลกระทบต่อประมงพื้นบ้าน เรือเข้าจอดเทียบท่าก็จอดไม่ได้เพราะน้ำที่ตื้นเขิน ทำให้หลายครอบครัวรายได้ลด เพราะไม่สามารถทำประมง ปลูกข้าว เลี้ยงปลา หรือทำการเกษตรอื่นๆ ได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน