ผู้ปกครองเรียกร้องผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้มงวดขึ้น หลังเด็กเสียชีวิตในรถตู้

ผู้ปกครองเรียกร้องผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้มงวดขึ้น หลังเด็กเสียชีวิตในรถตู้

ผู้ปกครองเรียกร้องผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้มงวดขึ้น หลังเด็กเสียชีวิตในรถตู้

รูปข่าว : ผู้ปกครองเรียกร้องผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเข้มงวดขึ้น หลังเด็กเสียชีวิตในรถตู้

ผู้ปกครองนักเรียนเรียกร้องให้ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรับส่งนักเรียนมากขึ้น หลังเกิดเหตุนักเรียนวัย 3 ขวบ ถูกลืมไว้ในรถตู้นานกว่า 7 ชั่วโมง จนทำให้เสียชีวิต เมื่อวานนี้ (11 พ.ค.2559)

วันนี้ (12 พ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคลองบางกระบือภายในโรงเรียนคลองบางกระบือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เช้าวันนี้ผู้ปกครองต่างทยอยนำบุตรหลานมาส่งตามปกติ โดยผู้ปกครองต่างทราบถึงเหตุสลดใจที่เกิดขึ้นกับ ด.ญ.ปริมประภา ปัจจัยโญ หรือน้องอิง อายุ 3 ปี ที่เสียชีวิตอยู่ในรถตู้รับส่งนักเรียนเอกชน ภายในหมู่บ้านเด่นชัย 3 เมื่อวานนี้ (11 พ.ค.)

ผู้ปกครองบางส่วน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเพิ่มความรอบคอบและพิจารณาในการใช้บริการรถรับส่งนักเรียนของเอกชน และต้องการให้ผู้ประกอบการ เพิ่มมาตรการดูแลนักเรียนให้มากขึ้น

องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ ซึ่งดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ ให้ข้อมูลว่าในแต่ละปีการศึกษาทางศูนย์ฯ จะเรียกประชุมผู้ปกครอง และผู้ประกอบการถึงมาตรการดูแลรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะรถรับส่งนักเรียนที่เน้นย้ำเรื่องการขับรถด้วยความปลอดภัย แต่เมื่อมีกรณีนี้ขึ้นก็จะต้องทบทวน และกำชับเรื่องความปลอดภัยอีกครั้ง

นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุถึงเหตุเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียน ว่าไม่ได้เกิดจากการขาดอากาศหายใจ แต่เกิดจากความร้อนสูงเกินขนาด หรือ Heat stroke ซึ่งประเทศไทยพบกรณีเด็กเสียชีวิตในรถยนต์ส่วนตัว และรถรับส่งนักเรียน เฉพาะที่ปรากฏเป็นข่าวปีละประมาณ 4 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกา พบสถิติเด็กเสียชีวิตในรถยนต์ปีละ 30 คน โดยที่ผู้ปกครอง หรือคนขับรถ มักอ้างว่าหลงลืม

ส่วนวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ต้องมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติให้เป็นมาตรฐาน เนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะมีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการคุมคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน ปี 2536 แต่หน่วยงานต่างๆ ปฏิเสธความรับผิดชอบ และไม่มีผู้ควบคุมการให้บริการที่ชัดเจน

สำหรับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการควบคุมดูแลรถโรงเรียน ปี 2536 ระบุชัดเจนถึงแนวปฏิบัติว่ารถรับ-ส่งนักเรียน ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมมาตรฐานจากทางโรงเรียน คนขับรถต้องผ่านการอบรมความปลอดภัย และต้องมีผู้ช่วยหรือครูพี่เลี้ยงดูแลเด็กนักเรียนประจำรถโรงเรียน เมื่อเกิดปัญหาโรงเรียนต้องมีส่วนรับผิดชอบ จะปฏิเสธเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ หรือคนขับรถอย่างเดียวไม่ได้ เพื่อให้เป็นบทเรียนสำหรับโรงเรียนอื่นๆ ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

กลับขึ้นด้านบน