นักวิชาการแนะเฝ้าระวังปะการังฟอกขาว หลังอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกิน 30 องศาฯ

นักวิชาการแนะเฝ้าระวังปะการังฟอกขาว หลังอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกิน 30 องศาฯ

นักวิชาการแนะเฝ้าระวังปะการังฟอกขาว หลังอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกิน 30 องศาฯ

รูปข่าว : นักวิชาการแนะเฝ้าระวังปะการังฟอกขาว หลังอุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกิน 30 องศาฯ

นักวิชาการทางทะเลเผยอุณหภูมิของน้ำทะเลที่ขึ้นสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องจับตาเฝ้าระวังปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (13 พ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) ระบุถึงอุณหภูมิน้ำทะเลทั่วประเทศว่าสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินจุดวิกฤตฟอกขาวที่ 30.5 องศาเซลเซียส มานาน 2-3 สัปดาห์แล้ว และอาจส่งผลให้ปะการังเริ่มฟอกขาว โดยเฉพาะในบางเกาะใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ยังรวมถึงบางจุดในทะเลอันดามัน

จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจาก ผศ.ธรณ์ ได้รับคำอธิบายว่า ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสำรวจพบปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในทะเลไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2534 โดยปี 2553 พบปะการังฟอกขาวรุนแรงที่สุด เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์จากรายงานอุณหภูมิน้ำทะเลล่าสุดที่เกินจุดวิกฤตฟอกขาว ถือว่าอยู่ในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าปี 2553 แต่สถานการณ์ปะการังฟอกขาวอาจไม่รุนแรงเท่าปี 2553

รองคณบดีคณะประมง ระบุว่า สถานการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดถี่ขึ้นในท้องทะเลไทย แสดงให้เห็นถึงผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่สัมพันธ์ภาวะโลกร้อนชัดเจนขึ้น นอกจากทำให้ปะการังตาย ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังจำนวนปลา การประมง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม วิกฤตปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้น ยังสามารถฟื้นตัวได้ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ไม่เดินเรือ หรือปล่อยมลพิษลงสู่ทะเล รวมทั้งอนุรักษ์สัตว์น้ำอย่างปลานกแก้ว และปลิงทะเล ซึ่งช่วยรักษาระบบนิเวศไม่ให้สาหร่ายขึ้นรบกวนแนวปะการังขณะฟื้นตัว

กลับขึ้นด้านบน