คลังเตรียมปรับระบบสวัสดิการให้เหมาะสม ยืนยันไม่ตัดเบี้ยยังชีพคนชรา

คลังเตรียมปรับระบบสวัสดิการให้เหมาะสม ยืนยันไม่ตัดเบี้ยยังชีพคนชรา

คลังเตรียมปรับระบบสวัสดิการให้เหมาะสม ยืนยันไม่ตัดเบี้ยยังชีพคนชรา

รูปข่าว : คลังเตรียมปรับระบบสวัสดิการให้เหมาะสม ยืนยันไม่ตัดเบี้ยยังชีพคนชรา

กระทรวงการคลังยืนยันไม่มีแนวคิดตัดเบี้ยยังชีพคนชราที่มีรายได้น้อยและเดือดร้อน แต่จะมีการปรับปรุงระบบสวัสดิการรัฐให้เป็นระบบ เพื่อการให้ความช่วยเหลือที่ตรงจุด

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีแนวคิดที่จะตัดเบี้ยยังชีพคนชราที่มีรายได้น้อย ที่ได้รับอยู่เดือนละ 600-800 บาทต่อเดือน แต่ต้องการปรับระบบสวัสดิการของประชาชนให้เกิดความเหมาะสมและตรงจุดสำหรับผู้ได้รับความเดือดร้อนในกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากขณะนี้ไทยกำลังก้าวเข้าสูงสังคมผู้สูงอายุในปี 2568 คาดว่าจะมีจำนวนผู้สูงอายุสูงถึง 14 ล้านคน

โดยการปรับระบบสวัสดิการไม่กระทบต่อคนชราผู้มีรายได้น้อยอย่างแน่นอน เพราะผู้เดือดร้อนต้องได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลเตรียมลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยจะได้นำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลการจัดสรรสวัสดิการทั้งหมดรองรับระบบ E-Payment ของรัฐบาล เพื่อจัดสรรสวัสดิการอย่างตรงจุด สำหรับผู้ที่ควรได้รับสวัสดิการด้านต่างๆ เช่น รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี สำหรับผู้มีรายได้น้อยด้วย

ก่อนหน้านี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่าประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2568 โดยจะมีผู้สูงอายุถึง 20 เปอร์เซ็นของพลเมืองทั้งประเทศและอาจต้องตัดเบี้ยยังชีพคนชรา โดยจะให้เฉพาะคนชราที่มีรายได้ไม่เกิน 9,000 บาทต่อเดือน หรือมีสินทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อลดภาระรายจ่ายของประเทศโดยรวมลงไปประมาณ 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันรัฐต้องจ่ายสูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ์กว่า 10 ล้านคน

ทั้งนี้ จากตัวเลขกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ปี 2559 มียอดจ่ายเบี้ยคนชราไปแล้ว 63,000 ล้านบาท หรือจำนวน 7.9 ล้านคน คิดเป็น 74 เปอร์เซ็นต์จากผู้มาลงทะเบียนกว่า 10 ล้านคน หากเปรียบเทียบกับปี 2558 มีการจ่ายเบี้ยชราผู้สูงอายุไป 61,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าจำนวนผู้สูงอายุมีมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน