ทช.ประกาศ 13 มาตรการคุมเข้มดำน้ำ 7 พื้นที่ หลังวิกฤตประการังฟอกขาว

ทช.ประกาศ 13 มาตรการคุมเข้มดำน้ำ 7 พื้นที่ หลังวิกฤตประการังฟอกขาว

ทช.ประกาศ 13 มาตรการคุมเข้มดำน้ำ 7 พื้นที่ หลังวิกฤตประการังฟอกขาว

รูปข่าว : ทช.ประกาศ 13 มาตรการคุมเข้มดำน้ำ 7 พื้นที่ หลังวิกฤตประการังฟอกขาว

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศ 13 มาตรการระงับความเสียหาย ต่อทรัพยากรปะการังหลังเกิดสภาวะวิกฤตปะการังฟอกขาวใน 7 พื้นที่ เกาะมัน เกาะทะลุ เกาะเหลี่ยม เกาะไข่ เกาะราชาใหญ่ เกาะไม้ท่อน และแหลมพันวา พร้อมจัด จนท.ดำน้ำตรวจสอบสภาวะปะการังฟอกขาวเพิ่ม

วันนี้ ( 25 พ.ค.2559 ) จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) พบว่าในปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จนเกิดปะการังฟอกขาว ซึ่งหากปะการังตายจะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งและการท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งยังมีกิจกรรมของมนุษย์ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อปะการังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงประกาศมาตรการ 13 ข้อ เพื่อระงับความเสียหายต่อปะการัง ใน 7 พื้นที่ คือเกาะมันใน จังหวัดระยอง เกาะทะลุ เกาะเหลี่ยม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกาะไข่ จ.ชุมพร เกาะราชใหญ่ เกาะไม้ท่อน และแหลมพันวา จ.ภูเก็ต

สำหรับมาตรการที่ประกาศใช้คือ (1.) ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง (2.) ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย มลพิษ ลงในทะเลที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทะเลอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง (3.) ห้ามการขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง (4.) ห้ามการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดตะกอนลงสู่แนวปะการังอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง (5.) ห้ามค้นหา ล่อ จับได้มาเก็บสัตว์น้ำหรือการกระทำใดๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อล่อจับได้มาหรือเก็บสัตว์น้ำในบริเวณแนวปะการัง

(6.) ห้ามการให้อาหารปลาและสัตว์น้ำในแนวปะการัง (7.) ห้ามการเดินเหยียบย่ำปะการัง (8.) ห้ามการเก็บหรือทำลายปะการัง เว้นแต่เพื่อการกระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ (9.) บุคคล หรือผู้ประกอบการกิจการท่องเที่ยวดำน้ำตื้นจะต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง (10.) ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึก ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักการของสถาบันการเรียนการสอนดำน้ำสากล

(11.) ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 (12.) ให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ดำเนินการตามคำสั่งนี้ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายภายในท้องที่ที่รับผิดชอบ และ (13.) คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และมีระยะเวลาบังคับใช้จนกว่าสถานการณ์ปะการังฟอกขาวจะกลับสู่สภาวะปกติ และความเสียหายระงับสิ้นไป

 ด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ลงพื้นที่ด้านหลังเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูล เกี่ยวกับสภาวะปะการังฟอกขาว ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าของเกาะทะลุ ซึ่งเป็นน้ำตื้น โดยดำน้ำแบบสกูบ้า ในระดับน้ำลึกระดับ 10-25 เมตร ห่างจากแนวชายหาด ประมาณ 800 เมตร พบว่าร้อยละ 80 ยังคงมีปะการังที่สมบูรณ์ มีอัตราการฟอกขาวไม่มาก และในวันที่ 7-9 มิถุนายนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันดำน้ำ สำรวจแนวปะการัง บริเวณเกาะสิงห์ และเกาะสังข์ แหล่งดำน้ำใกล้กับเกาะทะลุ เพื่อตรวจสอบสภาวะปะการังฟอกขาวอีกครั้ง

กลับขึ้นด้านบน