“ธรณ์” เตรียมเสนองดกิจกรรมท่องเที่ยว-ดำน้ำ ให้ปะการังฟอกขาว จ.กระบี่ ฟื้นตัว

“ธรณ์” เตรียมเสนองดกิจกรรมท่องเที่ยว-ดำน้ำ ให้ปะการังฟอกขาว จ.กระบี่ ฟื้นตัว

“ธรณ์” เตรียมเสนองดกิจกรรมท่องเที่ยว-ดำน้ำ ให้ปะการังฟอกขาว จ.กระบี่ ฟื้นตัว

รูปข่าว : “ธรณ์” เตรียมเสนองดกิจกรรมท่องเที่ยว-ดำน้ำ ให้ปะการังฟอกขาว จ.กระบี่ ฟื้นตัว

รศ.ธรณ์ เตรียมเสนองดเว้นกิจกรรมท่องเที่ยว-งดดำน้ำเพื่อให้ปะการังในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ฟื้นตัว หลังพบฟอกขาวแถวเกาะปอดะ-ทะเลแหวก ร้อยละ 90 เพิ่มโทษจับ-ปรับ นักท่องเที่ยวนำปะการังหรือซากปะการังออกนอกประเทศ พร้อมตั้งป้ายแจ้ง

วันนี้ (26 พ.ค. 2559) ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการทางทะเล กล่าวภายหลังลงสำรวจปะการังบริเวณเกาะยูง เกาะไก่ อ่าวมาหยา ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และนักอนุรักษ์ในท้องถิ่น ว่า ขณะนี้พบปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเกิดทุกพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ปานกลางพบกระจายอยู่ทั่วเกาะพีพีไม่เกินร้อยละ 50 ระดับรุนแรงพบร้อยละ 20 ส่วนระดับวิกฤติพบประมาณร้อยละ 90 ส่วนมากอยู่ในหมู่เกาะปอดะ ทะเลแหวก

ผศ.ธรณ์ กล่าวต่ออีกว่า จำเป็นที่จะต้องหามาตรการในการรับมือและฟื้นฟู โดยหลังลงพื้นที่สำรวจได้หารือกับผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น กลายเป็นข้อสรุป 3 มาตรการ คือ 1.งด 2.ลด และ 3.ควบคุม

“งด คือการงดดำน้ำ 5 จุด ประกอบด้วย แนวปะการังน้ำตื้นที่ทะเลแหวก เกาะปอดะ และที่หมู่เกาะพีพี และลด 2 จุด โดยขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ และควบคุมทุกพื้นที่จะมีการขอความมือผู้ประกอบการไม่ให้เข้าไปหากไม่จำเป็นหรือเลี่ยง ไปยังจุดอื่นที่ยังมีอยู่อีกหลายพื้นที่” นักวิชาการทางทะเล ระบุ

นอกจากนี้ ผศ.ธรณ์ ยังโพสต์ข้อความผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง กรณี นักท่องเที่ยวจีนพยายามนำปะการังหรือซากประการังในทะเลไทยกลับประเทศ ว่า เพื่อป้องกันและแก้ไขในเรื่องนี้ จำเป็นขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน

“สิ่งที่ทำได้ เช่น ให้สายการบินตั้งป้ายที่สนามบินต่างๆ ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อระบุความผิดทางกฎหมายให้ชัดเจน ส่วนในพื้นที่ก็ต้องจับและปรับให้แรงขึ้น โดยจะเสนออุทยานให้เพิ่มค่าปรับและเมื่อจับปรับแล้วต้องโปรโมตโดยแจ้งไปสถานทูต ให้นำภาพไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดความกลัว ซึ่งเบื้องต้นต้องหาเจ้าภาพเพื่อตั้งกรรมการจากทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลฯ และกรมประมง” ผศ.ธรณ์ อธิบายเพิ่มเติม

ข้อความจาก รศ.ธรณ์ ยังระบุอีกว่า ทั้งนี้ ทางกรมประมงมีกำหนดมาตราการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำไว้อยู่แล้ว เช่น ผู้ใดหากฝ่าฝืนส่งปะการัง ซากส่วนหนึ่งส่วนใด ผลิตภัณฑ์จากปะการัง และปลาสวยงามออกนอกประเทศ มีความผิดต้องโทษปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำและริบของกลาง และหากผู้ใดผู้ฝ่าฝืนมีหินปะการัง กัลปังหา เต่าทะเล กระและผลิตภัณฑ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า มีความผิดต้องโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน