"สิ้นแสงฉาน" รักแท้บนบาดแผลประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา

"สิ้นแสงฉาน" รักแท้บนบาดแผลประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา

"สิ้นแสงฉาน" รักแท้บนบาดแผลประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา

รูปข่าว : "สิ้นแสงฉาน" รักแท้บนบาดแผลประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา

ความรักที่ไม่ต่างจากเทพนิยายทำให้เรื่องราวของเจ้าหญิงสุจันทรีกับเจ้าฟ้าจาแสง แห่งรัฐฉาน เป็นที่สนใจทั่วโลก จากหนังสือ "Twilight over Burma" หรือ "สิ้นแสงฉาน" ที่เขียนขึ้นจากชีวิตจริง ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน สะท้อนภาพบาดแผลทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์

วันนี้ (27 พ.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผ่านมา 62 ปี แต่ความทรงจำแรกที่มีต่อรัฐฉานของ "อิงเง ซาเจนท์" ยังคงชัด เพราะคำสารภาพของคนรักว่าเป็นถึง "เจ้าฟ้าจาแสง" ผู้ครองนครรัฐแห่งหนึ่งในรัฐฉาน เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

 

 

 

คำบอกเล่าจากปากถูกนำมาถ่ายทอดเป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง "Twilight Over Burma" หรือ "สิ้นแสงฉาน" โดยทุนสร้างจากเยอรมนีและออสเตรีย ได้นักแสดงไทย "ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์" รับบทนำ ร่วมกับ "มาเรีย อีริช" นักแสดงดาวรุ่งชาวเยอรมัน

 

ความรักที่เริ่มต้นไม่ต่างจากเทพนิยาย หากท้ายที่สุดกลับจบลงที่โศกนาฏกรรม เมื่อ "เจ้าฟ้าจาแสง" ถูกจับตัวไปโดยเผด็จการทหารเมียนมาและยังไม่รู้ชะกรรมถึงปัจจุบัน สิ้นแสงฉานจึงไม่ใช่แค่นิยายรัก หากยังกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นภาพการถูกคุกคามของกลุ่มชาติพันธุ์

ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์ นักแสดงนำกล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจมาก เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่เราไม่ค่อยรู้ อีกทั้งยังมีนักแสดงไทยร่วมเล่นหลายคน

ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์

ขณะที่ มาเรีย อีริช นักแสดงชาวเยอรมัน เผยความรู้สึกว่า ประทับใจในเรื่องราวความรักของเจ้าหญิงอิงเงเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสได้พูดคุยกันผ่านทางอีเมล์ ซึ่งเธอให้ความเป็นกันเองและบอกว่ายังคงเฝ้ารอคำตอบที่ชัดเจนถึงการหายไปของเจ้าฟ้าจาแสงจากรัฐบาลเมียนมา

มาเรีย อีริช นักแสดงดาวรุ่งชาวเยอรมัน

สิ้นแสงฉาน ใช้เวลาถ่ายทำเพียง 10 สัปดาห์ ทั้งในออสเตรีย เมียนมา และไทยที่เป็นโลเคชันหลักถึงร้อยละ 80 และใช้เวลาเตรียมการนานถึง 9 ปี เพราะต้องศึกษาประวัติศาสตร์อย่างละเอียด

แม้ตอนนี้จะใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาพร้อมกับลูกทั้ง 2 คน แต่ อิงเง ซาเจนท์ ยังคงทำหน้าที่เจ้าหญิง เปิดมูลนิธิส่วนตัวเพื่อหารายได้ช่วยเหลือการศึกษาและความเป็นอยู่ของคนในรัฐฉาน

อิงเง ซาเจนท์

แม้ยังไม่มีกำหนดเข้าฉายในไทย หากเรื่องราวความรักอมตะที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำให้ตอนนี้มี Distributor จำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและติดต่อเข้ามาเพื่อซื้อลิขสิทธิ์หนัง หลังได้เปิดตัวที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งล่าสุด

 

 

กลับขึ้นด้านบน