นายกฯ ขอบคุณกลุ่มช่วยปลูกป่าภูเขาหัวโล้น ย้ำไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา ขอให้ร่วมกับราชการ

นายกฯ ขอบคุณกลุ่มช่วยปลูกป่าภูเขาหัวโล้น ย้ำไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา ขอให้ร่วมกับราชการ

นายกฯ ขอบคุณกลุ่มช่วยปลูกป่าภูเขาหัวโล้น ย้ำไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา ขอให้ร่วมกับราชการ

รูปข่าว : นายกฯ ขอบคุณกลุ่มช่วยปลูกป่าภูเขาหัวโล้น ย้ำไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา ขอให้ร่วมกับราชการ

นายกฯ ย้ำการขับเคลื่อนยกระดับเศรษฐกิจ ดึงเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ ช่วยกลุ่มเกษตรกรเพิ่มมูลค่า แนะวิธีปลูกป่าภูเขาหัวโล้น ต้องปลูกไม้ใหญ่ให้ร่มเงาก่อนลงกล้า ย้ำภาครัฐไม่ได้นิ่งเฉย ขอกลุ่มช่วยปลูกป่าเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน


วันนี้ (27 พ.ค.2559) เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ความตอนหนึ่งกล่าวถึง การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจว่า การยกระดับรายได้ของคนในประเทศที่ประชาชนยังต้องทำงานหนัก แต่มีรายได้น้อย เนื่องด้วยราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จะต้องมีการพัฒนาทางนวัติกรรมเพื่อสร้างมูลค่าของสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลิต แปรรูป การตลาด โดนต้องมีการเชื่อมโยงพลังของภาคประชาชน ภาคการเกษตร และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างนวัตกรรมและการตลาดทั้งในแลนอกประเทศ โดยนายกฯ ได้แนะแนวคิดที่กลุ่มเอสเอ็มอีหรือสตาร์ทอัพที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องยื่นมือเข้ากับกลุ่มภาคการผลิต ในรูปแบบการสานพลังประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลยืนยันการช่วยส่งเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับทุกภาคส่วน

"วันนี้รัฐบาลขับเคลื่อนทุกอย่าง โดยเฉพาะเอสเอ็มอีหรือกลุ่มธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ สตาร์ทอัพ ซึ่งมันก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งต้องมาเชื่อมโยงเอสเอ็มอีที่มีอยู่หรือไปเชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกรที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตร กลุ่มสหกรณ์ หรือกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม หรือกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ เหล่านี้ต้องไปด้วยกันทั้งหมด ฉะนั้นถ้าหากว่าธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก เอสเอ็มอี โซเชียลบิสซิเนสที่เข้มแข็งเพียงพอ ทุกอย่างก็จะไม่ติดกับดัก รายได้ก็ไม่เพิ่ม ถ้าทำเช่นนี้ก็จะเพิ่มขึ้น ทันกับรายจ่ายสำหรับการดำรงชีวิต" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังเน้นถึงภาคการค้าขายระหว่างประเทศในแต่ละภูมิภาค ว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงกับประชาคมประเทศอื่น เพื่อเพิ่มศักยภาพ มูลค่า เพิ่มผู้ประกอบการ จากกลุ่มอาชีพต่างๆ ในลักษณะการรวมกลุ่ม จากเล็กไปใหญ่ เชื่อมโยงในจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภูมิภาค ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV หรือกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ก่อนขยายไปสู่ระดับอาเซียน

นายกฯ ยังกล่าวถึง กระแสที่มีกลุ่มคนดังออกมารณรงค์ในแคมเปญปลูกป่าบนภูเขาหัวดล่ง จ.น่าน ระบุว่า ต้องการให้ร่วมกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนการฟื้นฟูปลูกป่า ทั้งการกำหนดพื้นที่ วิธีการ และประเภทของต้นไม้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหานี้ เนื่องจากได้มีการสั่งการไปเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งมีการดำนเนิการบ้างแล้ว พร้อมขอบคุณในความตั้งใจในการดูแลป่าไม้และการแก้ปัญหาเขาหัวโล้น

"ต้องมีการวางแผนงานให้ดี จะไปปลูกที่ไหน ที่มีคนดูแลได้ก่อน เมื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายได้แล้วต้องหาวิธีการในการปลูก เสริมด้วยการจัดทำฝายเพื่อจะชะลอน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณที่จะปลูกให้ได้ เมื่อพื้นที่ชื้นในก็จะปลูกได้ คราวนี้พืชที่จะปลุกก่อนคือพืชอะไร คือพืชที่โตเร็ว ระหว่างนี้พวกกล้าไม้ต่างๆก็เลี้ยงไว้ให้โตก่อน พวกไม้ยืนต้น ส่วนพืชที่จะต้องปลูกให้เร็วก็คือ พวกกระถินณรงค์ กระถินยักษ์ พืชพวกนี้ใช้ประโยชน์ได้พอสมควร ไม้โตเร็วเหล่านี้เพื่อจะเป็นร่มเงา เสร็จแล้วค่อยเอากล้าไม้ลงไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับน้ำที่มีอยู่และก็ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงด้วย อันนี้ฝากไว้ด้วย ผมขอบคุณทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่าที่มีความตั้งใจในการที่จะปลูกป่า มีการระดมทุน มีการรวมคนที่จะไปปลูก ผมเกรงว่ามันจะไปปลูกแล้วตายหมดเท่านั้นเอง" นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่สุด

กลับขึ้นด้านบน