คปพ.เสนอเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม "บงกช-เอราวัณ" แทนเจรจาต่ออายุ

คปพ.เสนอเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม "บงกช-เอราวัณ" แทนเจรจาต่ออายุ

คปพ.เสนอเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม "บงกช-เอราวัณ" แทนเจรจาต่ออายุ

รูปข่าว : คปพ.เสนอเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียม "บงกช-เอราวัณ" แทนเจรจาต่ออายุ

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยเสนอรัฐใช้วิธีการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งบงกชและเอราวัณในอ่าวไทย แทนการเจรจาต่ออายุสัมปทาน หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานเตรียมตัดสินใจเลือกระหว่าง 2 แนวทางในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.2559)

วันนี้ (29 พ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เสนอให้รัฐใช้วิธีการเปิดประมูลในระบบรับจ้างผลิต หรือแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) แทนการเจรจาต่ออายุสัมปทานผลิตปิโตรเลียม แหล่งบงกชและเอราวัณ กับบริษัท เชฟรอน และ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ์สัมปทานเดิม

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี แกนนำ คปพ.เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายปิโตรเลียมยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา หากรัฐเปิดเจรจาเพื่อต่อสัมปทาน ก็เท่ากับทำไปโดยไม่มีกฎหมายรองรับและเป็นการข้ามขั้นตอน ขณะที่การผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณและบงกช อยู่ที่วันละกว่า 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือคิดเป็นมูลค่าปีละกว่า 200,000 ล้านบาท หลายประเทศเมื่อหมดสัญญาลักษณะนี้ จึงใช้วิธีจ้างผลิต เพราะมีรายได้แน่นอน

น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำ คปพ.อีกคน กล่าวว่า รัฐควรนำปัญหาแหล่งก๊าซและท่อก๊าซมาบริหารเชิงบูรณาการ โดยตั้งองค์กรกรก๊าซแห่งชาติมาดูแลและผูกขาดเพื่อประโยชน์ตกกับประเทศมากที่สุด

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐควรแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ก่อน ซึ่งคาดว่าอีก 1 เดือนจะเสร็จสิ้น แล้วค่อยพิจารณาดำเนินการกับแหล่งบงกช และเอราวัณ โดยร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกว่าจะทำสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต หรือจ้างผลิตก็ได้และยังแก้ปัญหานำค่าใช้จ่ายหลุมเก่ามาหักภาษีหลุมใหม่ด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน