วัดพระธรรมกายเข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก

วัดพระธรรมกายเข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก

วัดพระธรรมกายเข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก

รูปข่าว : วัดพระธรรมกายเข้มงวดตรวจบุคคลเข้าออก

บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย บรรดาลูกศิษย์ยังคงรอดูท่าทีของดีเอสไอ แต่มีรายงานว่า มีการปรับแผนรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขึ้น

แม้ว่าวันนี้ ที่วัดพระธรรมกายยังมีอุบาสก อุบาสิกา และประชาชน เดินทางเข้ามาปฎิบัติธรรมภายใน สถานปฎิบัติธรรมเป็นปกติ แต่จากการสำรวจของทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่ามีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณประตูเข้า-ออกภายในวัด อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประตู 5 ซึ่งเป็นทางเข้าไปภายในอาคาร 100 ปี

ขณะที่บริเวณประตูพุทธจักรศูนย์ปฎิบัติธรรม หรือ ประตู 1 ที่อยู่ใกล้กับถนนเลียบคลองสาม ยังคงมีรถแบล็คโฮ จำนวน 2 คัน จอดกั้นอยู่ พร้อมป้ายข้อความให้กำลังใจพระธัมมชโย และเพิ่มอุปกรณ์กล้องวงจรปิด เพื่อตรวจดูความปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำเต็ทน์เพื่อตั้งเป็นจุดดูแลความปลอดภัยป้องกันกลุ่มที่สามที่จะมาสร้างสถานการณ์

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ จะทำหนังสือยื่นต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้พิจารณาโทษทางพระธรรมวินัยกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามกฎ มส.ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม และฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ 35วิ(แฟ้มภาพไพบูลย์ นิติตะวัน

ส่วนความคืบหน้าแนวทางด้านคดี และ อาการอาพาธ ของพระธัมมชโย ยังไม่มีการแถลงต่อสื่อมวลชน คาดว่าในช่วงบ่ายนี้น่าจะมีความชัดเจน

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมม ระบุอย่านำเรื่องการขอให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วยเจรจากับพระธัมมชโย ไปเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มที่สนับสนุน เข้าใจการบังคับใช้กฎหมายของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับว่า ต้องทำความเข้าใจกับคณะลูกศิษย์ของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อดำเนินคดีกับพระธัมมชโยเพียงผู้เดียว แต่คดีนี้ สืบเนื่องมาจากการทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีกลุ่มบุคคลออกมาให้ข้อมูลบิดเบือนจากข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการดำเนินคดีของดีเอสไอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมและยืนยันว่าการดำเนินคดีดีเอสไอมีขั้นตอน และจะให้ความเป็นธรรม ซึ่งได้ขอความเห็นไปยังหน่วยงานพุทธศาสนา เพื่อให้เข้ามาช่วยหาทางออก ในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติทางการปกครองของสงฆ์

พร้อมขอร้องไม่ให้นำเรื่องที่ดีเอสไอ ไปขอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ช่วยเป็นคนกลางเจรจากับพระธัมมชโย มาเชื่อมโยงกับประเด็นการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช หรือ เรื่องการเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังปฏิเสธ ข่าวลือที่มีการอ้างว่า คสช.เรียกรับเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อวิ่งเต้นคดีนี้ และหากมีการพาดพิง จะฟ้องร้องผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จตามกฏหมาย
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง บอกว่า จะไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ต้องปล่อยเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

กลับขึ้นด้านบน