“หมออีม” เปิดใจหลังพิชิตเอเวอเรสต์ ติดตามได้ในพลิกปมข่าว "พลังแห่งความฝัน" 19.00 น.

“หมออีม” เปิดใจหลังพิชิตเอเวอเรสต์ ติดตามได้ในพลิกปมข่าว "พลังแห่งความฝัน" 19.00 น.

“หมออีม” เปิดใจหลังพิชิตเอเวอเรสต์ ติดตามได้ในพลิกปมข่าว "พลังแห่งความฝัน" 19.00 น.

รูปข่าว : “หมออีม” เปิดใจหลังพิชิตเอเวอเรสต์ ติดตามได้ในพลิกปมข่าว "พลังแห่งความฝัน" 19.00 น.

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า หลังจาก “หมออีม” ท.ญ.นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2559 และเดินทางกลับถึงกาฐมัณฑุ ในวันที่ 23 พ.ค.

ต่อมาวันที่ 24 พ.ค. หมออีม ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยพีบีเอส ซึ่งเดินทางไปรอรับที่นั่น

ไทยพีบีเอส : อยากให้หมออีมเล่าถึงวินาทีแรกที่ไปยืนบนยอดเขาเอเวอเรสต์
หมออีม : วินาทีแรกที่ขึ้นไปยืนอยู่บนนั้น รู้สึกมันว่างเปล่ามาก เพราะก่อนหน้านั้นกว่าจะขึ้นไปถึง คือเราเลิกคิดถึงตัวเองไปแล้ว ถ้าลำพังเราคิดถึงตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง อีมว่าไปไม่ถึงแน่ๆ ที่อีมไปถึงเพราะท่องอยู่ในใจตลอดเวลา พระบรมฉายาลักษณ์กับธงชาติไทยต้องขึ้นไปอยู่บนนั้นให้ได้ แล้วก็ความฝันของหลายๆ ฝันที่ฝากมา มันพาอีมขึ้นไปถึงบนนั้น

ไทยพีบีเอส : ระหว่างทางลำบากและมีอุปสรรค รู้สึกอย่างไรบ้าง
หมออีม : ระหว่างที่เดินขึ้นไป รู้สึกว่าได้เห็นความจริงของชีวิตหลายๆ อย่าง ในเมื่อเรามีความมุ่งมั่นแล้วว่าเราจะทำอะไร ต่อให้ข้างทางมีอุปสรรค เราก็ไม่สนใจ เพราะว่าเป้าหมายเราอยู่ข้างบน เราทำเพื่ออะไร เรารู้

ไทยพีบีเอส : อยากให้ฝากถึงคนที่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จอย่างหมอ
หมออีม : อีมเชื่อว่า ถ้าทุกคนมีฝัน มันจะมีพลังอยู่ในตัวเอง ความฝันคือเรามุ่งมั่นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันจะพาเราไปถึงเอง เชื่อมันในตัวเอง ทำไปไม่ต้องสนใจว่ารอบข้างจะเป็นยังไง เชื่อมั่นในความฝัน

 

“อีมจะบอกว่า ในหลวงคือแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดเลย คือความฝันนี้เกิดขึ้น เพราะย้อนไปเมื่อปี 2551 ได้เห็นคลิปพี่หนึ่ง วิทิตนันท์ โรนจนวานิช ขึ้นไปบนจุดสูงสุดของโลก และชูรูปในหลวง จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจของอีม และอีมก็หวังว่าเรื่องของอีมจะบันดาลใจให้ใครลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง”

ไทยพีบีเอส : หมอรู้ตัวว่าชอบปีนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
หมออีม : ครั้งแรกที่ชอบภูเขา คือครั้งแรกที่เจอกับป๋าคมรัฐ ไปปีนเขาที่มาเลเซีย โคตาคินาบาลู พอได้สัมผัสกับภูเขาครั้งแรก หลังจากนั้นก็ติดใจ ถอนตัวไม่ขึ้น

ไทยพีบีเอส : สิ่งที่หมอได้เรียนรู้จากการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ครั้งนี้คืออะไร
หมออีม : ไม่อยากใช้คำว่าพิชิต อยากจะเรียกว่า ธรรมชาติอนุญาตให้เราขึ้นไปอยู่บนนั้นมากกว่า สอนอะไรอีมหลายอย่างไม่ใช่แค่เอเวอเรสต์ ภูเขาทุกลูกเลย สอนให้รู้ว่ามนุษย์เราเล็กกระจ้อยร่อยเพียงไร ธรรมชาติยิ่งใหญ่แค่ไหน เหมือนขึ้นไปยิ่งสูงยิ่งทำให้รู้ว่าเราต่ำแค่นั้น ยิ่งสูงมันก็ยิ่ง เห็นว่าไม่ได้มีอะไรเลย ไม่ได้มีอะไรอย่างที่เราคิดเลย

ตอนแรกคิดว่าขึ้นไปถึงแล้วมันจะรู้สึกว่ายิ่งใหญ่มาก พอขึ้นไปถึงก็รู้สึกว่า แค่นี้เอง เหมือนทุกที่ แค่สิ่งสมมุติว่ามันสูงที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้วคือแผ่นดินเดียวกัน

 

ไทยพีบีเอส : อยากให้หมอฝากถึงคนที่เอาใจช่วยและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหมออีมด้วยคะ
หมออีม : ไม่รู้จะขอบคุณยังไง คนที่อีมอยากขอบคุณเยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือในหลวง ขอบคุณแผ่นดินไทย ที่อีมได้เกิดมาแผ่นดินนี้ กำลังใจทุกำลังใจเลย มันเยอะมากจนอีมนึกไม่ถึง เป็นกำลังให้อีมก้าวไปถึงจุดนั้น ผู้สนับสนุนทุกท่านที่ผลักดันให้เราไปถึงจุดนั้น ขอบคุณมาก

ไทยพีบีเอส : ตอนนี้เป็นคนดังไปแล้ว มองว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของหมอจะเป็นอย่างไรต่อไป
หมออีม : ลงจากเขามาก็ยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง กลับไปก็คงเหมือนเดิม ทำงานเหมือนเดิม รับใช้ประชาชนเหมือนเดิม

ต่อมาวันที่ 28 พ.ค. หมออีมให้สัมภาษณ์ทีมข่าวไทยพีบีเอสอีกครั้ง

ไทยพีบีเอส : อยากให้หมอเล่าให้ฟังถึงความฝันตอนเด็กๆ ว่าฝันอะไรและเคยทำอะไรสำเร็จบ้าง
หมออีม : แม่จะบอกเสมอว่าอีมเปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปจากเด็กๆ เยอะ เด็กๆ เป็นเด็กทั่วไป เงียบๆ ไม่ค่อยอะไรกับใคร อยู่เฉย นิ่งมากกินกับนอน ไม่ทำกิจกรรม ไม่ทำอะไร เล่นกีฬาก็ไม่เอาเลย เพิ่งมาเปลี่ยนตอนมีเป้าหมายชีวิต หลังจากมีความฝันของเรา สามารถเปลี่ยนเป็นคนอีกคนได้เลย ทุกคนก็อึ้ง เปลี่ยนไปได้ยังไงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ พอมีความฝันเป้าหมาย ก็พยายามที่จะเดินในทางที่จะไปสู่ฝัน ทำทุกอย่างที่จะทำให้เราเข้าสู่เส้นทางฝันเราจะทำ ตั้งใจทำมาตลอดจนมีวันนี้ได้

ฝันก็คือไม่ได้มาถึงปีนเขาเอเวอเรสต์ แค่ฝันอยากไปเดินทาง แต่หลังจากที่ได้เห็นพี่หนึ่ง (คนไทยที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์คนแรก) หลังจากนั้นก็ตั้งใจ เตรียมตัวเผื่อว่า คือเหมือนเราเตรียมพร้อม ถ้าวันนึงเรามีโอกาส สามารถทำได้ เราไม่ต้องรออะไร

 

ไทยพีบีเอส :ก่อนหน้านั้นมีความฝันอื่นๆ ไหมคะ
หมออีม : ก่อนหน้านั้นอยากเดินทาง พยายามออกเดินทาง ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศ พอได้มีโอกาสออกมาข้างนอก เห็นอะไรมากขึ้น ฝันเราก็ใหญ่ขึ้นมากๆ มาต่างประเทศครั้งแรกหลังเรียนจบตอนอายุ 25 (7 ปีก่อน) ก่อนหน้านี้ไม่มีฝันอื่นเลย เรียนอย่างเดียวไม่ได้ทำอะไรเลย

ไทยพีบีเอส : หลังจากนี้คุณหมอมีเป้าหมายอะไรที่ใหญ่ขึ้น หรือเป้าหมายอื่นๆ บ้างไหมคะ
หมออีม : ถ้ามีโอกาส ได้รับโอกาสก็อยากจะปีนเขาต่อ ฝันว่าอยากปีนยอดสูงสุดใน 7 ทวีป ไม่ได้กำหนดอายุ ถ้าทำไหว ร่างกายไหวก็จะปีนเขาต่อไปเรื่อยๆ

ไทยพีบีเอส : หลังจากปีนเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ ทำให้ความรู้สึกหรือการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหมคะ
หมออีม : ก็จะมองว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน เหมือนเข้าใจชีวิตมากขึ้น ยอมรับความเป็นไปในธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจว่าทุกอย่างคือสิ่งที่ธรรมชาติมันมีอยู่แล้ว เหมือนเราเองที่เป็นตัวรับรู้และแปรผลออกมา แล้วแต่ว่าใครจะแปลผลไปในทิศทางไหน เหมือนเราเป็นแค่คนรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่พยายามตีความว่ามันคืออะไร เหมือนเราไปอยู่บนจุดสูงสุด ทุกคนยกให้เราว่าเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ขึ้นไปอยู่บนนั้น เราแค่เหมือนเดินขึ้นไปอยู่จุดนี้นะ แต่เราไม่ได้รับตำแหน่งนั้นมา เราแค่รับรู้แค่นั้น

 

ไทยพีบีเอส : ในชีวิตเคยผิดหวังไหม ตั้งความฝันแล้วทำไม่สำเร็จ
หมออีม : อีมว่าเราทุกคนมีเรื่องผิดหวังเข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ชีวิตต้องมีทั้งผิดหวังและสมหวัง จะสมหวังอย่างเดียวไม่ได้ อีมก็เคยเป็น ว่าเราจะแสวงหาแต่ความสุขกัน แต่เราจะอยู่กับความสุขอย่างเดียวไม่ได้ ตอนนี้ความหวังอีมคือต้องเข้าใจว่าชีวิตต้องเจอทั้งสุขและทุกข์ แค่เรายอมรับมันได้ ฝันต่อไปอยากทำตัวเองให้เป็นประโยชน์กับสังคม เรื่องอะไรก็ได้

ไทยพีบีเอส : จะเอาความสำเร็จนี้ไปปรับใช้ในชีวิตยังไง
หมออีม : เราจะทำอะไรแต่ละอย่าง มันอยู่ที่ความตั้งใจ ใจสำคัญมาก ใจบันดาลแรงจริงๆ ค่ะ เพราะว่าบางทีเรารู้สึกว่าเราไปไม่ไหวแล้ว ถ้าใจยังสู้อยู่มันจะไปได้อีก

 

สุภาพร เอลเดร็จ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

 

หมายเหตุ : ติดตาม "หมออีม" ในรายการพลิกปมข่าว "พลังแห่งความฝัน" ข่าวค่ำ (19.00 น.) คืนนี้ (1 มิ.ย.)

กลับขึ้นด้านบน