นายกฯ เผยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ ขยับอันดับไทยดีขึ้น 2 อันดับ แม้ ศก.โลกผันผวน

นายกฯ เผยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ ขยับอันดับไทยดีขึ้น 2 อันดับ แม้ ศก.โลกผันผวน

นายกฯ เผยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ ขยับอันดับไทยดีขึ้น 2 อันดับ แม้ ศก.โลกผันผวน

รูปข่าว : นายกฯ เผยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ ขยับอันดับไทยดีขึ้น 2 อันดับ แม้ ศก.โลกผันผวน

นายกฯ ขออย่าโทษรัฐบาล คสช.ทำเศรษฐกิจตก เผยสถาบันจัดอันดับนานาชาติ ขยับให้ไทยขึ้นมาอีก 2 อันดับ แม้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ชี้จะทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่าขัดแย้ง ต้องทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ

วันนี้ (3 มิ.ย.2559) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ กล่าวถึงผลงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ ว่าปี 2559 สถาบันการจัดอันดับนานาชาติ (IMD) ซึ่งจัดอันดับความสามารถของแต่ละประเทศได้ประกาศให้ประเทศไทย ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 28 ขึ้นมาสองอันดับจากที่ 30 ในปี 2558 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ประเทศ ที่ปรับขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ได้ปรับอันดับสูงขึ้น เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ถึงแม้เศรษฐกิจทั้งโลกจะผันผวน ชะลอตัว แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จในการที่จะสร้างเศรษฐกิจระดับชาติ ระดับประเทศขึ้นมาเพื่อจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในที่ทำอยู่ ซึ่งการจัดอันดับวัดจาก 4 ด้าน ได้แก่ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ภาพรวมมีความทรงตัว แต่เศรษฐกิจในประเทศ การค้าระหว่างประเทศ การลงทุนระหว่างประเทศ ปรับตัวดีขึ้น แต่คงไม่เร็วมากนัก คงฟื้นตัวช้าๆ เพราะประเทศไทยเน้นการพึ่งพาตนเอง สร้างความเข้มแข็งจากภายในก่อน คู่ขนานกับต่างประเทศ ส่วนปัญหาเศรษฐกิจระดับล่าง เรื่องค่าครองชีพประชาชน นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบควบคุมราคาสินค้าจำเป็น แต่อย่างไรก็ตาม บางช่วงเวลาจะต้องให้เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนหนี้ภาคครัวเรือน นายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขถึงเดือน ก.พ.ปี 2557 มีจํานวน 5.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 46.1 ของจีดีพี ปัจจุบันหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 มี 6 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.8 ของ GDP ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ในประเทศ และหนี้ครัวเรือน ก็มีผลด้วยกันทั้งคู่

นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า "ก่อน 22 พ.ค. 57 หนี้ ครัวเรือนมีสูงอยู่แล้ว เมื่อต้องเร่งขับเคลื่อน ทำอย่างไรจะใช้เงินให้เป็นประโยชน์ ทำอย่างไรจะเป็นหนี้ที่มีความเข้มแข็ง ผ่อนบ้าน เป็นหนี้ที่มีคุณภาพ ถ้าจะทำให้ไปซื้ออุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาประกอบอาชีพ ไม่ใช่ไปซื้อรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ไปขับเป็นเด็กแว้นท์ให้ลูก มันจะได้ไม่เป็นดีมานด์เทียม เพราะทุกคนก็อยากได้หมด จะมีบ้านก็ต้องมีหนี้ แต่หนี้เดิมก็เยอะอยู่แล้ว ทีนี้จะมาบอกว่ารัฐบาลทำไม่มีประโยชน์ กู้ไม่ได้อีก แล้วใครทำให้เป็นหนี้ล่ะ ก็ตัวเอง แล้วรัฐบาลดูแลในภาพรวม ผมไม่โทษใคร ก็ต้องมาแก้วันนี้ อย่ามาบ่นกันนักเลย วันนี้ก็ลดทั้งดอกเบี้ยภาษี เยอะแยะ หลายคนบอกยกหนี้ไปเลย แล้วหนี้หายไปแล้วจะทำยังไง สถาบันการลงทุนทางการเงินก็แย่หมด ต้องเตรียมเงินไว้ก้อนหนึ่ง ดอกเบี้ยเก็บไปก็ต้องเก็บไว้ก้อนหนึ่งื จะมากจะน้อยก็ต้องคุยกัน แต่เขาก็ต้องเผื่อ เวลาไม่มีคนใช้หนี้เขาาก็เอามาโปะตรงนี้ ธนาคารเขาถึงอยู่ได้ ธนาคารรัฐ บางคนบอก ธ.ก.ส.ดอกเบี้ยแพง ที่ผ่านมาก็ไม่มองว่าเรายกหนี้ ชะลอหนี้ไปเท่าไหร่ ถ้าไม่เตรียมสำรองไว้ มันก็ล้มทั้งธนาคาร" นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงทุนจากต่างประเทศว่า สถิติของบีโอไอชี้ว่าการลงทุนที่ติดต่อโดยรัฐบาลได้รับการตอบรับดี ขยายตัวร้อยละ 4.7 นายกฯ กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้ต่างชาติลงทุนจะขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของประเทศ ที่มองในระยะยาว 20-50 ปี ซึ่งรวมถึงการย้ายฐานาการผลิตด้วย จึงต้องการเตือนฝ่ายที่ขัดแย้งกันว่าจะต้องทำให้ประเทศมีเสถียรภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

"ผมอยากจะเตือนว่าถ้ายังทำลาย ยังทะเลาะกันแบบนี้มันไปยาก สถิตินี้ก็ดีขึ้น แต่อย่าไปมองว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันจะใช่ก็ต่อเมื่อเขาลงทุนจริงๆ ตกเสาเข็มต้นแรกแล้วผลิตออกมาชิ้นแรกมันถึงจะชัดเจน สถิติกับสถิติโอเคสูงขึ้น แต่ก็อยู่ที่ว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบหรือไม่ มีเสถียรภาพหรือไม่ รัฐบาลจะเป็นยังไงอันนี้นักลงทุนถึงจะเชื่อมั่น" นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยังย้ำอีกว่า อย่ามองว่ารัฐบาล คสช.ทำเศรษฐกิจตก ตัวเลขต่างๆที่ผันผวน นั้นมีสาเหตุจากสถานการณ์ภายนอกประสบภาวะชะลอตัวหลายภูมิภาค วันนี้ต้องไปมองเศรษฐกิจมหาอำนาจ เศรษฐกิจอเมริกา ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส กลุ่มประเทศยูโรโซนขยายตัวร้อยละ 1.6 ญี่ปุ่นฟื้นตัวอย่างช้าๆ จีนชะลอตัวลง สู่การขยายตัวต่ำสุดในรอบ 7 ปี กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (สิงคโปร์ – เกาหลีใต้ – ฮ่องกง) และอาเซียนเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง ฉะนั้นอย่ามาว่ารัฐบาลไทย คสช.ทำให้เศรษฐกิจตก ตัวเลขเราลดแบบแปรผัน บางอันก็ขึ้นภาพรวมอาจจะขึ้นน้อย วันหน้าอาจจะลด ก็แล้วแต่สถานการณ์ภายนอกด้วย ฉะนั้นวันนี้ก็ต้องเปิดตลาดใหม่ – หมู่เกาะ ทางด้านอินโดนีเซีย ทางด้านอื่นบ้าง ไปสร้างตลาดที่มันเป็นตลาดพรีเมี่ยม ไม่งั้นตลาดเดิมมันเต็ม แล้วเศรษฐกิจเขาไม่ดีมันก็ขายไม่ได้ มันก็ต้องไปหาตลาดเล็กๆดูบ้าง หาตลาดเฉพาะบ้าง ตลาดพรีเมี่ยมของที่มีราคา เช่น ข้าวอินทรีย์ แทนที่จะขายข้าวหอมมะลิอย่างเดียว วันนี้ก็ต้องปรับหมด ข้าวขาวก็ต้องเป็นข้าวมีคุณภาพ มีมาตรฐานที่ดี ต้องสร้างเอกลักษณ์มาตรฐานพันธุ์ข้าวของไทยเรา นายกฯ กล่าว

กลับขึ้นด้านบน