เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ "ร.ฟ.ท."เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ "ร.ฟ.ท."เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ "ร.ฟ.ท."เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

รูปข่าว : เผยโฉมรถไฟรุ่นใหม่ "ร.ฟ.ท."เตรียมรับมอบชุดแรก 12 มิ.ย.นี้

ร.ฟ.ท.เตรียมรับมอบรถโดยสารรุ่นใหม่ให้บริการเชิงพาณิชย์ ชุดแรก 13 คัน วันที่ 12 มิ.ย.59 และหลังจากนั้นทยอยรับมอบรถโดยสารรุ่นใหม่ทั้งหมดจนครบ 115 คัน ช่วงเดือน พ.ย. พร้อมเปิดให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ 4 เส้นทาง กทม.–เชียงใหม่,อุบลราชธานี,หนองคาย หาดใหญ่

วันนี้ (6 มิ.ย.2559) นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่เพื่อให้บริการในเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน ในวันที่ 12 มิ.ย.2559 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล ในการมุ่งยกระดับการให้บริการของการรถไฟฯ โดยจะได้รับรถโดยสารรุ่นใหม่ชุดแรก จำนวน 13 คัน จากคู่สัญญา บริษัท CNR (China CNR Corporation Limited) โดยในจำนวนรถโดยสารชุดแรกทั้ง 13 คัน แบ่งเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) จำนวน 1 คัน รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่2 (บนท.ป.) 10 คัน รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 1 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 1 คัน โดยหลังจากมีการรับมอบรถโดยสารชุดแรกแล้ว การรถไฟฯ จะทยอยได้รับมอบรถโดยสารชุดต่อไปอย่างต่อเนื่องเดือนละ 2 ชุด จนครบ 115 คัน ในเดือน พ.ย.2559

 

 

ทั้งนี้ การรถไฟฯ มีแผนนำรถโดยสารชุดใหม่ทั้งหมด ไปเปิดเดินขบวนให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ 4 เส้นทาง ระหว่างสถานีกรุงเทพ–เชียงใหม่, อุบลราชธานี,หนองคาย และหาดใหญ่ ไป – กลับ วันละ 2 ขบวนต่อเส้นทาง รวม 8 ขบวน ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ครบทั้ง 4 เส้นทาง ในปีงบประมาณ 2560

อย่างไรก็ตาม ขบวนรถดังกล่าวจะโดยวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม.ต่อชม.หากการก่อสร้างทางคู่แล้วเสร็จ สามารถถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณปีละ 1.073 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,250.9 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนร้อยละ 11.0

 

การดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน ของการรถไฟฯ เป็นส่วนหนึ่งในแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนของการรถไฟฯ ปี 2553 – 2557 วงเงินลงทุนรวม 176,806.28 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี มติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2553 ซึ่งการรถไฟฯได้ดำเนินการโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการมุ่งยกระดับบริการของการรถไฟฯ ให้เป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกระดับ

นายวุฒิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันรถโดยสารประเภทรถนอนปรับอากาศที่พ่วงให้บริการในขบวนรถต่างๆมีจำนวนไม่เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมานาน จึงมีสภาพค่อนข้างเก่าและอุปกรณ์บางส่วนชำรุด ดังนั้นจึงปรังปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผู้โดยสารระดับกลางและระดับบนที่มีกำลังซื้อและต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการก่อสร้างทางคู่ระยะเร่งด่วน

 

สำหรับรายละเอียดการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ทั้ง 115 คัน แบ่งเป็น การจัดหารถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่1 (บนอ.ป.) 9 คัน, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่2 (บนท.ป.) 88 คัน ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 9 คัน, รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 9 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 9 คัน และในจำนวนทั้งหมดแบ่งเป็นรถสำหรับใช้งาน 104 คัน ส่วนอีก 11 คัน ใช้เป็นรถสำรอง รวมทั้งสิ้น 115 คัน

กลับขึ้นด้านบน