ธนาคารพาณิชย์พร้อมรับมือภาระภาษีที่ดินจากสินทรัพย์รอการขาย

ธนาคารพาณิชย์พร้อมรับมือภาระภาษีที่ดินจากสินทรัพย์รอการขาย

ธนาคารพาณิชย์พร้อมรับมือภาระภาษีที่ดินจากสินทรัพย์รอการขาย

รูปข่าว : ธนาคารพาณิชย์พร้อมรับมือภาระภาษีที่ดินจากสินทรัพย์รอการขาย

บริษัทจัดการหลักทรัพย์อาร์เอชบี วิเคราะห์กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะกระทบผู้ประกอบการเล็กน้อย ขณะที่ธนาคารพาณิชย์พร้อมรับมือภาระภาษีจากการถือสินทรัพย์ที่ดินและบ้านที่ยึดไว้ มูลค่ากว่า 7.7 หมื่นล้านบาท

ภายหลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีความพยายามผลักดันมานานแล้ว อีกทั้งยังมีกรณีศึกษาในต่างประเทศอีกมากมาย ทำให้ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งต่างวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเพื่อเตรียมรับมือ

ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวอีกว่า รู้สึกกังวลต่อการประเมินภาษีสินทรัพย์รอการขาย หรือ เอ็นพีเอ และหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ธนาคารถืออยู่รวมกันหลายพันล้านบาท เฉพาะธนาคารกสิกรไทยมีเอ็นพีเอ มูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และยังอาจกระทบกับการปล่อยสินเชื่อบ้านหลังที่ 2

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานสถิติสินทรัพย์รอการขายของธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 7.7 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารกรุงไทย กสิกร และเกียรตินาคิน ถือสินทรัพย์ประเภทนี้สูงสุด ไม่นับรวมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีเอ็นพีเอและสินทรัพย์ที่อยู่รอบังคับคดีอีกกว่า 200,000 ล้านบาท หากกฎหมายบังคับใช้จะได้รับการผ่อนผันเสียภาษีเพียงร้อยละ 0.05 เป็นเวลา 5 ปี

ขณะที่บริษัทจัดการหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า กฎหมายดังกล่าวกระทบผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไม่มากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการไม่นิยมสะสมที่ดินรอการพัฒนา หรือแลนด์ แบงก์ หรือหากมีการพัฒนาที่ดินก็จะดำเนินการภายใน 3 ปีและจะเสียภาษีที่ดินราวร้อยละ 0.05 ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาที่ดินที่ปรับขึ้นปีละร้อยละ 2-3 กรณีที่ดินในต่างจังหวัด แต่หากเป็นที่ดินในเมืองหรือติดรถไฟฟ้า อาจปรับขึ้นร้อยละ 5-10 เช่นเดียวกับบ้านหลังที่ 2 ก็จะเสียภาษีน้อย ซึ่งการจ่ายค่าส่วนกลางแต่ละปีอาจมากกว่าการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วยซ้ำ แต่อาจสร้างผลทางจิตวิทยาระยะสั้นกับการปล่อยเช่าเพื่อลงทุน

กลับขึ้นด้านบน