"หลวงตาจันทร์" ปรากฎตัวครั้งแรก ระบุอาพาธไม่ได้หนี และไม่เกี่ยวข้องกับเสือทั้ง 137 ตัว

"หลวงตาจันทร์" ปรากฎตัวครั้งแรก ระบุอาพาธไม่ได้หนี และไม่เกี่ยวข้องกับเสือทั้ง 137 ตัว

"หลวงตาจันทร์" ปรากฎตัวครั้งแรก ระบุอาพาธไม่ได้หนี และไม่เกี่ยวข้องกับเสือทั้ง 137 ตัว

รูปข่าว : "หลวงตาจันทร์" ปรากฎตัวครั้งแรก ระบุอาพาธไม่ได้หนี และไม่เกี่ยวข้องกับเสือทั้ง 137 ตัว

เป็นครั้งแรกที่พระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี ออกมาทักทายสื่อมวลชน หลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำหมายศาลเข้ายึดเสือโคร่ง 137 ตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

จากกรณี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งความเอาผิดพระลูกศิษย์วัด และหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปัน ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ แต่กลับหายตัวไป

วันนี้ ( 9 มิ.ย. 2559) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า เป็นครั้งแรกที่พระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี ออกมาทักทายสื่อมวลชน หลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำหมายศาลเข้ายึดเสือโคร่ง 137 ตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ นายศิริ หวังบุญเกิด ตัวแทนเจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน ออกมาชี้แจ้งว่า หลวงตาจันทร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้น วัดเป็นเพียงสถานที่รับฝากเสือของกลางเพียง 7 ตัวเท่านั้น กระทั่งมีลูกเสือออกมาจำนวนมาก

ตรงข้ามกับความเห็นของ นายเอ็ดวิน วีก ผอ.มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ที่ระบุว่า เป็นคำชี้แจงที่ฟังไม่ขึ้น เพราะหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนว่าวัดมีเจตนาครอบครองเพื่อหวังประโยชน์

ส่วนซากลูกเสือประมาณ 60 ตัว ที่ถูกดองและเเช่เเข็ง ทางวัดยืนยันว่าพระในวัดไม่ได้เป็นผู้กระทำ ส่วนข้อมูลว่าใครทำนั้นต้องถามทีมสัตวแพทย์ชุดเดิม

สำหรับความคืบหน้าของคดี ตำรวจระบุว่าอยู่ระหว่างการเรียกกรรมการมูลนิธิกว่า10 คน มาสอบปากคำ ส่วนพระลูกวัด 2 รูป และผู้ต้องหาอีก 3 คน ตำรวจได้สอบปากคำเบื้อนต้นแล้ว

ขณะที่ หลวงตาจันทร์อ้างว่าอาพาธและพักรักษาตัวอยู่ภายในวัด ไม่ได้หนีแต่อย่างใด หากเจ้าหน้าที่ต้องการสอบปากคำขอให้มาที่วัด

 

 

กลับขึ้นด้านบน