คุ้ยประวัติ "โอมาร์ มาทีน" ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่ "พัลส์ ไนท์คลับ"

คุ้ยประวัติ "โอมาร์ มาทีน" ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่ "พัลส์ ไนท์คลับ"

คุ้ยประวัติ "โอมาร์ มาทีน" ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่ "พัลส์ ไนท์คลับ"

รูปข่าว : คุ้ยประวัติ "โอมาร์ มาทีน" ผู้ต้องสงสัยสังหารหมู่ที่ "พัลส์ ไนท์คลับ"

หลังจากที่ตำรวจสหรัฐฯ และเอฟบีไอเปิดระบุว่ามือปืนผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงและจับตัวประกันที่ "พัลส์ ไนท์คลับ" เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา คือ นายโอมาร์ มาทีน วัย 29 ปี สื่อต่างประเทศได้พากันขุดคุ้ยประวัติของเขาและพบข้อมูลน่าสนใจหลายอย่าง

สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายมาทีน ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงที่ "พัลส์ ไนท์คลับ" ซึ่งเป็นคลับของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย.2559 ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 14.00 น. ตามเวลาในไทย โทรศัพท์ไปที่ 911 ประมาณ 20 นาทีก่อนเกิดเหตุ เขาปฏิญาณตนเป็นผู้ภักดีกับกลุ่มไอเอสและเอ่ยชื่อของมือระเบิดที่บอสตันมาราธอนเมื่อปี 2556

นายมาทีนมีชื่อเต็มๆ ว่า "โอมาร์ เมียร์ เซดดิค มาทีน" เขาเกิดในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1986 ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ฟลอริดา พ่อและแม่ของเขาอพยพมาจากอัฟกานิสถาน มาทีนเสียชีวิตระหว่างการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกเข้าไปช่วยตัวประกันในไนท์คลับ

ตำรวจเปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุ มีผู้อยู่ในไนท์คลับประมาณ 300 คน เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 50 คน บาดเจ็บ 53 คน

ประธานาธิบดีบารัค โอบามาระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ของมาทีนแต่ไม่เปิดเผยว่าพบหลักฐานอะไรบ้าง และยังอยู่ระหว่างหาแรงจูงใจในการก่อเหตุสะเทือนขวัญนี้

CNN รายงานว่า ก่อนหน้านี้นายมาทีนเคยถูกเอฟบีไอซักประวัติแล้วในกรณีที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่การซักถามไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงยุติการสอบสวน และนายมาทีนก็ไม่ได้อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนหรืออยู่ในบัญชีบุคคลที่้ต้องเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่

โรนัลด์ ฮอปเปอร์ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอเปิดเผยว่า เมื่อปี 2556 นายมาทีนเคยพูดถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้เอฟบีไอเรียกตัวเขามาซักถาม แต่ก็ไม่พบข้อมูลอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจึงปล่อยตัวไป นายมาทีนถูกเอฟบีไอเรียกตัวมาอีกครั้งหนึ่งในปี 2557 เนื่องจากสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับมือระเบิดฆ่าตัวตายชาวอเมริกันคนหนึ่ง

"จากการสอบสวนเราได้ข้อสรุปว่ามาทีนมีความสัมพันธ์กับมือระเบิดฆ่าตัวตายแต่เพียงผิวเผิน เราไม่คิดว่าเขาเป็นบุคคลที่เป็นภัยในขณะนั้น" เจ้าหน้าที่เอฟบีไอระบุ

แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับ CNN นายมาทีนเป็นหนึ่งในบุคคลหลายร้อยคนที่เอฟบีไอสงสัยว่าเป็นผู้เห็นด้วยกับกลุ่มไอเอส แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบสัญญาณว่าเขากำลังวางแผนก่อก่อการร้าย

 

นางสิโทรา ยูซูฟีย์ อดีตภรรยาของนายมาทีนเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า อดีตสามีมีอาการป่วยทางจิต มีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง มีลักษณะอาการอารมณ์สองขั้ว หรือ ไบโพลาร์

นางยูซูฟีย์ระบุอีกว่า เธอสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของนายมาทีนหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน เนื่องจากนายมาทีนทำร้ายร่างกายเธออยู่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องหย่าร้างในระยะเวลาเพียง 4 เดือน ด้วยความช่วยเหลือของครอบครัวเธอเอง

ขณะที่ The Guardian ของอังกฤษรายงานว่านายมาทีนเป็นพนักงานของบริษัทรักษาความปลอดภัย G4S ซึ่งเมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่านายมาทีมเป็นพนักงานของบริษัท เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.2553

มาทีนได้รับอนุญาตให้พกอาวุธปืน ขณะที่โฆษกหน่วยงานด้านการควบคุมอาวุธปืนของสหรัฐฯ เผยว่า อาวุธปืนที่นายมาทีนใช้ก่อเหตุสังหารหมู่ที่ไนท์คลับนั้น เพิ่งจะซื้อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

ด้านสำนักข่าว NBC ได้สัมภาษณ์นายเซนดิค เมียร์ มาทีน พ่อของมาทีน ซึ่งเขาเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ "ไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนา" เขาเชื่อว่าลูกชายทำไปเพราะไม่ชอบกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเพราะเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ มาทีนเคยแสดงความโกรธที่เห็นชายสองคนแสดงจูบกันที่ไมอามี

"เราขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เราไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาจะก่อเหตุ เรารู้สึกช็อกเช่นเดียวกับคนทั้งประเทศ" พ่อของนายมาทีนกล่าว

เว็บไซต์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่านายมาทีนเกิดในนิวยอร์กก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ฟลอริดา เขาเข้าโรงเรียนที่นี่และได้อนุปริญญาสาขากระบวนการยุติธรรมทางอาญาจาก Indian River State College เมื่อปี 2549 เขาชื่นชอบเรื่องกฎหมายและมักจะพูดกับเพื่อนๆ ว่าอยากเป็นตำรวจ

นอกจากสื่อต่างประเทศจะขุดคุ้ยประวัติของนายมาทีนมาตีแผ่แล้ว ยังเผยแพร่ภาพของเขาที่โพสต์ใน MySpace.com ด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน