"จา พนม" รับเป็นทูตประชาสัมพันธ์โครงการต่อต้านการค้างาช้าง

"จา พนม" รับเป็นทูตประชาสัมพันธ์โครงการต่อต้านการค้างาช้าง

"จา พนม" รับเป็นทูตประชาสัมพันธ์โครงการต่อต้านการค้างาช้าง

มีภาพลักษณ์ผูกพันกับช้างจากบทบาทการแสดง และสร้างชื่อไปทั่วโลกจากประโยคเด็ดตามหาช้าง ทำให้ จา พนม เป็นหนึ่งในทูตประชาสัมพันธ์โครงการต่อต้านการค้างาช้าง ขององค์กรพิทักษ์สัตว์ WWF Thailand

รูปข่าว : "จา พนม" รับเป็นทูตประชาสัมพันธ์โครงการต่อต้านการค้างาช้าง

เปิดตัวท่าต่อสู้ใหม่ แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการฆ่าช้างเอางา โดยยังไม่ทิ้งท่าประจำตัวอย่างท่าตามหาช้างที่แฟนหนังคุ้นเคย มีภาพลักษณ์ในจอว่าผูกพันกับช้างจนเป็นที่จดจำไปทั่วโลก ครั้งนี้ จา พนม ออกโรงบู๊นอกจอ ทำหน้าที่ทูตโครงการ "Ivory Free Thailand หยุดซื้องาช้าง" กับองค์กร WWF Thailand และ Wildaid Thailand ช่วยสัตว์ป่า ร่วมเป็นกระบอกเสียงต่อต้านการฆ่าช้างเอางา ปัญหาใหญ่ของแวดวงอนุรักษ์

บทบาทที่ชัดเจนในผลงานภาพยนตร์ และชื่อเสียงในระดับอินเตอร์ ส่งให้ จา พนม ใช้ภาพลักษณ์มาต่อยอดนอกจอ อย่างการเป็นพรีเซ็นเตอร์แคมเปญฝึกพูดภาษาอังกฤษของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะในชีวิตจริงเคยฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเพียง 6 เดือน ก่อนร่วมแสดงหนังฮอลลีวูด

เช่นเดียวกับงานรณรงค์เรื่องช้างล่าสุด ไม่เพียงเพราะภาพลักษณ์จากภาพยนตร์ต้มยำกุ้ง แต่ในชีวิตจริง จายังมาจากครอบครัวควาญช้างใน จ.สุรินทร์ ผูกพันกับช้างถึงขนาดมี "พังดอกไม้" เป็นช้างคู่ใจ ทั้งบทบาทจริงและการแสดงยิ่งส่งให้การเป็นกระบอกเสียงน่าสนใจและเข้าถึงผู้คนมากขึ้น

ปัญหาฆ่าช้างเอางาที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ้านเรา จึงต้องอาศัยพลังคนดังทั่วโลกร่วมกันเป็นกระบอกเสียงทั้งเฉินหลง, เหยา หมิง นักบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอชาวจีน และลูพิต้า ยองโก นักแสดงออสการ์ชาวเคนย่า โดยในบ้านเรานอกจากจา พนม แล้ว ยังมี ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ร่วมรณรงค์ด้วย มีเป้าหมายสำคัญ คือให้คนไทยได้รับทราบข้อเท็จจริงของผลกระทบที่เกิดจากการซื้องาช้าง และสร้างค่านิยมใหม่ที่คนไทยรักษ์ช้าง มากกว่ารักงา

กลับขึ้นด้านบน