เปิดลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้

เปิดลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้

เปิดลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้

รูปข่าว : เปิดลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้

กระทรวงการคลัง เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้ ที่ธนาคาร ธกส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย โดยต้องมีรายได้ปีละไม่เกิน 100,000 บาท

วันนี้ (15 มิ.ย.2559) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาครัฐใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนสวัสดิการสังคมช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการสำหรับเด็กและครอบครัว ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพอนามัย สวัสดิการคนพิการ สวัสดิการผู้ด้อยโอกาส และสวัสดิการผู้สูงอายุ อีกทั้งยังมีการให้เงินช่วยเหลืออื่น ๆ ตามนโยบายในแต่ละรัฐบาล

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการจัดสวัสดิการสังคมและการให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐยังมีข้อจำกัด โดยภาครัฐไม่สามารถกำหนดนโยบายการให้เงินช่วยเหลือต่างๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกำหนดนโยบายกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งและขาดข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเป็นรายบุคคลที่บูรณาการข้ามหน่วยงาน นอกจากนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2558 มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละโครงการเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้พิจารณาดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมในโครงการ e-Payment ภาครัฐ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1) ว่างงาน หรือมีรายได้ในแต่ละปีไม่เกิน 100,000 บาท และเป็นรูปแบบสมัครใจ (Voluntary Basis) โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินที่คงค้าง เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐ
2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและมีสัญชาติไทย

2. กลไกการดำเนินการ
1) ลงทะเบียน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค.2559 สำหรับปีต่อไปให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1-30 ก.ย.ของแต่ละปี
2) สถาบันการเงินตามข้อ 1) จัดเก็บเอกสารแล้วส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากร เพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง (Post Audit)
3) กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อยนำไปบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมแล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมภายใต้โครงการ e-Payment ภาครัฐในระยะต่อไป

3. ประโยชน์ที่จะได้รับ จะช่วยให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากการลงทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และการเป็นหนี้สิน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลทราบข้อมูลและสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

กลับขึ้นด้านบน