ข่าวดีของชาวสวนยาง ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัว ความต้องการน้ำยางพุ่ง

ข่าวดีของชาวสวนยาง ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัว ความต้องการน้ำยางพุ่ง

ข่าวดีของชาวสวนยาง ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัว ความต้องการน้ำยางพุ่ง

รูปข่าว : ข่าวดีของชาวสวนยาง ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัว ความต้องการน้ำยางพุ่ง

บริษัทผลิตถุงยางรายใหญ่ของไทยเผย ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัวร้อยละ 10-15 ต่อปี ส่งผลให้มีปริมาณการใช้น้ำยางมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง

วันนี้ (20 มิ.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยนิปปอน รับเบอร์ อินดัสตรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยรายใหญ่ของไทยได้เปิดเผยข้อมูลแนวโน้มการใช้ถุงยางอนามัยซึ่งพบว่ามีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10-15 ต่อปี ส่งผลให้โรงงานผลิตถุงยางอนามัยมีความต้องการใช้น้ำยางดิบเพิ่มขึ้น

ขณะนี้บริษัทผลิตถุงยางอนามัย 2,000 ล้านชิ้นต่อปี ใช้น้ำยางดิบมาผลิตประมาณ 2,500-2,800 ตันต่อปี

นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานฝ่ายบริหาร บ.ไทยนิปปอนฯ กล่าวว่าสาเหตุที่ตลาดถุงยางอนามัยขยายตัวค่อนข้างมากส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไทยให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยนายอมรได้อ้างถึงผลการสำรวจเร็วๆ นี้ที่พบว่า ผู้หญิงร้อยละ 55 ตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

การขยายตัวของตลาดถุงยางส่งผลให้มีการใช้น้ำยางดิบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรชาวสวนยาง โดยมีบริษัททำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 3 เดือน โดยแหล่งน้ำยางดิบที่นำมาผลิตส่วนใหญ่มาจาก จ.ระยอง และ จ.สุราษฎร์ธานี นายอมรกล่าว

นายอมรกล่าวว่า สินค้าส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกร้อยละ 90 หรือประมาณ 1,800 ล้านชิ้น โดยส่งไปสหรัฐอเมริกาสูงสุดเป็นอันดับ 1 เนื่องจากนำไปใช้แจกในองค์กรเพื่อการกุศล ส่วนในภูมิภาคเอเชียและตลาดจีนสูงสุดเป็นอันดับ 1

นายธวัช ผลความดี เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการใช้ยางในประเทศมากขึ้น โดยเน้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ถุงยางอนามัยเป็นหนึ่งในสินค้า ที่จะช่วยดูดซับปริมาณยางส่วนเกินในตลาดที่ 200,000 ตัน

ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทยรายงานราคาน้ำยางสดหน้าโรงงานขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 46 บาท ส่วนยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 53.59 บาท

กลับขึ้นด้านบน