เร่งคุมแหล่งดัดแปลงรถผิดกฎหมาย หวั่นนำมาก่อเหตุช่วงรอมฎอน

เร่งคุมแหล่งดัดแปลงรถผิดกฎหมาย หวั่นนำมาก่อเหตุช่วงรอมฎอน

เร่งคุมแหล่งดัดแปลงรถผิดกฎหมาย หวั่นนำมาก่อเหตุช่วงรอมฎอน

รูปข่าว : เร่งคุมแหล่งดัดแปลงรถผิดกฎหมาย หวั่นนำมาก่อเหตุช่วงรอมฎอน

การข่าวของฝ่ายความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ามีความเสี่ยงจะเกิดเหตุระเบิดรถยนต์หรือคาร์บอมบ์ช่วง10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน มีการระบุถึงรถที่จะนำมาก่อเหตุส่วนใหญ่ผ่านการดัดแปลงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขณะนี้มีเป้าหมายอยู่ 39 คัน

รถยนต์กระบะมิตซูบิชิไทรทัน 4 ประตู ที่เคยร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนเมษายน 2557 ยังอยู่ระหว่างการเร่งติดตามของเจ้าหน้าที่ หลังเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส ให้การว่า ถูกผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ประกอบระเบิด ให้เปลี่ยนสีรถจากสีขาวมาเป็นสีบรอนซ์เพื่อนำไปก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นี่หนึ่งในรถยนต์จำนวน 39 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามเพราะอาจถูกนำมาใช้ก่อเหตุความรุนแรง เนื่องจากเป็นรถที่ถูกโจรกรรมหรือเจ้าของถูกฆาตกรรมก่อนจะปล้นชิงรถ ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์สารสนเทศ กองทัพภาคที่ 4 พบว่า รถยนต์ที่เป็นยานพาหนะเป้าหมายต้องเฝ้าระวัง แบ่งเป็นจังหวัดนราธิวาส จำนวน 17 คัน จังหวัดปัตตานี จำนวน 14 คัน และจังหวัดยะลาจำนวน 8 คัน

การตรวจสอบรถยนต์เป้าหมายตามจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ อย่างละเอียด เป็นมาตรการเฝ้าระวังเหตุระเบิดในรถยนต์ของกองทัพภาคที่ 4 โดยเน้นย้ำให้ตรวจสอบรถที่มีร่องรอยการงัดแงะ มีการดัดแปลงพ่นสีใหม่ หรือผู้ขับขี่มีพฤติกรรมผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีมาตรการควบคุมยานพาหนะ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนบุคคลหรือผู้ที่มีพฤติกรรมลักรถ ตรวจสอบตัวแทนจำหน่ายรถผิดกฎหมาย ติดตามพฤติกรรมนักแยกชิ้นส่วนและชำแหละ การขึ้นทะเบียนอู่ซ่อมรถ และร้านจำหน่ายรถมือสอง ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ปัจจุบันมีอู่ซ่อมรถในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 120 ร้าน ร้านจำหน่ายอะไหล่มือสอง 24 ร้าน ร้านรับซื้อของเก่า 23 ร้าน และเต็นท์รถจำหน่ายรถยนต์มือสอง 944 ร้าน แต่ยังพบบางส่วน ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียน กองทัพภาคที่ 4 จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่เข้าดูแลอย่างใกล้ชิด

"การดัดแปลงยานพนะที่ไม่ถูกกฎหมายต้องตรวจสอบ เนื่องจากคาร์บอมบ์จะใช้รถเหล่านี้ จึงต้องมีการควบคุมแหล่งดัดแปลงรถผิดกฎหมาย" พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้กำหนดมาตรการควบคุมสารตั้งต้นในการผลิตระเบิด โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการที่ใช้สารประเภทดังกล่าว การจำกัดจำนวน หรือพื้นที่ในการจัดเก็บ เพื่อควบคุมการนำมาประกอบระเบิด รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นด้านการข่าว ด้วยการขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันเหตุระเบิดในรถยนต์ที่จะสร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงก่อน 10 วันสุดท้ายของเดือนถือศีลอด ซึ่งทุกปีมักเกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน