ไต่สวนพยานโจทก์ปากสุดท้ายคดีจำนำข้าว

ไต่สวนพยานโจทก์ปากสุดท้ายคดีจำนำข้าว

ไต่สวนพยานโจทก์ปากสุดท้ายคดีจำนำข้าว

รูปข่าว : ไต่สวนพยานโจทก์ปากสุดท้ายคดีจำนำข้าว

ตุลาการศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงทางการเมือง นัดไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์นัดสุดท้าย ในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยกล่าวหาว่าปล่อยปะละเลยและกระทำความผิดต่อหน้าที่ ในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย

ตุลาการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงทางการเมือง นัดไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์นัดที่ 10 หรือนัดสุดท้าย ในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยกล่าวหาว่าปล่อยปะละเลยและกระทำความผิดต่อหน้าที่ ในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย โดยวันนี้ (24 มิ.ย.2559) อัยการโจทก์นำสืบพยานเพียงปากเดียว คือ นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งขึ้นเบิกความต่อเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายละเอียดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

ทนายจำเลยได้ซักค้านถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางละเมิดของพยานว่าสามารถยุติลงได้หรือไม่ หลังจำเลยหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นเอกสารคัดค้านการสอบสวนไว้เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2558 โดยพยานชี้แจงว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดฯมีอำนาจหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งทางกฎหมายจึงไม่สามารถยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนความผิดทางละเมิดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้น คำนวณจากตัวเลขของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ระบุตัวเลขความเสียหายไว้ราว 653,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดฯได้นำตัวเลขนี้ หักค่าใช้จ่ายจากการขายข้าว ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้เกษตกรและค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว จึงสรุปตัวเลขความเสียที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดทางละเมิดจำนวน 286,000 ล้านบาท โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถกล่าวอ้าวถึงบุคคลอื่นให้ร่วมรับผิดทางละเมิดได้ แต่เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯจึงสูญเสียโอกาส ที่จะกล่าวอ้าวถึงบุคคลที่จะร่วมรับผิดทางละเมิด

หลังการนำสืบพยานฝ่ายโจทก์แล้วเสร็จ จะเข้าสู่การนำสืบพยานฝ่ายจำเลย นัดแรกในวันที่ 5 ส.ค.2559 ซึ่งพยานที่จะขึ้นเบิกความปากแรก ตามบัญชีพยานที่ระบุไว้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลยในคดีนี้

กลับขึ้นด้านบน