นายกฯ หารือ"ออง ซาน ซูจี" ความร่วมมือด้านแรงงาน

นายกฯ หารือ"ออง ซาน ซูจี" ความร่วมมือด้านแรงงาน

นายกฯ หารือ"ออง ซาน ซูจี" ความร่วมมือด้านแรงงาน

รูปข่าว : นายกฯ หารือ"ออง ซาน ซูจี" ความร่วมมือด้านแรงงาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือ นางออง ซาน ซู จี ความร่วมมือด้านแรงงาน ซูจียืนยันจะรับผิดชอบพลเรือนของตนเองในประเทศไทย และต้องการให้คนพลัดถิ่นกลับประเทศ

วันนี้ ( 24 มิ.ย.2559 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจการเยือนประเทศไทยวันที่ 2 ของนางออง ซาน ซูจี เริ่มต้นที่กระทรวงต่างประเทศ โดยแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Mynmar Asian and the word : the way forward" จากนั้นเข้าคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือหลายฉบับโดยเฉพาะด้านแรงงาน การจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมา และบันทึกความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน โดยมีสาระสำคัญคือ การเร่งกระบวนการออกหนังสือประจำตัวบุคคลเพื่อพิสูจน์สัญชาติการจัดทำขั้นตอนและค่าใช้จ่ายการนำเข้าแรงงานให้ชัดเจน เพื่อให้ความคุ้มครองแรงงานที่ดีขึ้น เป็นต้น

นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของไทยและเมียนมามีรากฐานอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกัน การที่เรามีชายแดนร่วมกัน เรามีปัญหาเดียวกัน มั่นใจว่าเราจะร่วมกันแก้ปัญหาได้ เมียนมาจะรับผิดชอบพลเรือนของตนเองที่อยู่ที่นี่ ยืนยันว่าจะปกป้องสิทธิของคนเมียนมาร่วมกันกับไทย รวมถึงจะพยายามปรับปรุงสถานการณ์ปัจจุบัน และแน่นอนว่าเมียนมาต้องการให้คนพลัดถิ่นที่มาจากเมียนมากลับประเทศ แต่ว่าขบวนการนี้จะต้องใช้เวลาในการทำให้เกิดขึ้น

สำหรับสิ่งที่คนเมียนมาต้องการคือโอกาสในการทำงาน การจ้างงาน เพื่อที่พวกเขาจะช่วยเหลือตัวเองได้ และเมียนมาซาบซึ้งในสิ่งที่รัฐบาลไทยช่วยเหลือและทำให้ตลอดมา ส่วนเรื่องของชายแดนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่ทำอยุ่เป็นการทำเพื่อคนรุ่นใหม่และสร้างอนาคตที่ดีให้พวกเขา เพื่อให้เมียนมาก้าวต่อไปข้างหน้าพร้อมกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และเมียนมาจะไม่เป็นภาระชาติอื่นๆ ของอาเซียนในฐานะที่เป็นสมาชิกใหม่จะก้าวไปพร้อมๆ กันกับอาเซียนในอาเซียนจะต้องรวมกันได้ในความแตกต่าง

คนเมียนมามีความพร้อมแต่ต้องการโอกาส และแสดงความดีใจที่ได้มาเยือนไทยเป็นที่แรก หลังเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง และหวังว่าไทยจะช่วยเหลือในฐานะเพื่อน และเพื่อนบ้านและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญด้วยกันจะก้าวข้ามผ่านไปด้วยกัน เพิกเฉยต่อไปไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาของมนุษยชาติ ทั้งนี้หวังว่าการมาเยือนไทยครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจระหว่างชาติอาเซียน เพื่อให้ก้าวไปร่วมกันให้ดีขึ้น นางออง ซาน ซู จี กล่าว

นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่าการมาเยือนไทยของนางซู จี ส่งผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาเปิดด่านชายแดนถาวรที่ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ เมืองมะริดของเมียนมา ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ

ขณะที่นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ระบุว่า การเจรจาข้อตกลงของ 2 ประเทศ น่าจะส่งผลให้แรงงานเมียนมา เข้ามาทำงานในประเทศไทยถูกกฎหมายมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและประมงที่กำลังขาดแคลนแรงงาน และเชื่อว่าในเวลานี้ จะไม่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเมียนมากลับประเทศอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน นางออง ซาน ซู จี ได้มีโอกาสสื่อสารกับนิสิตนักศึกษาไทยและเมียนมา โดยยังคงเน้นย้ำให้เยาวชนเป็นแรงขับเคลื่อนความปรองดองระหว่าง 2 ประเทศ ระหว่างการปาฐกถาพิเศษที่กระทรวงการต่างประเทศของ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ให้กับนักศึกษาไทยและเมียนมารวมประมาณ 300 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน