เร่งติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด จ.ปัตตานี

เร่งติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด จ.ปัตตานี

เร่งติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด จ.ปัตตานี

รูปข่าว : เร่งติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด จ.ปัตตานี

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด 3 จุด และเผา 1 จุดในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะที่ตำรวจและทหารดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวดใน 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดเดือนถือศีลอด

วันนี้ (27 มิ.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า มีความเสียหายจำนวนมาก ขณะที่กำลังทหารและตำรวจดูแลเขตตัวเมืองยะรังอย่างละเอียดเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำ เนื่องจากเหตุระเบิดในครั้งนี้เป็นหนึ่งใน 3 จุดที่เกิดระเบิดขึ้นใน อ.ยะรัง เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยจุดแรกเกิดขึ้นบริเวณริมถนนสาย 410-ปัตตานี-ยะลา แยกบาซาเวาะเซ็ง ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง ทำให้ ส.ต.ต.วงศ์วิวัฒน์ เขียดสุข ตำรวจภูธรยะรังได้รับบาดเจ็บ จุดที่ 2 บริเวณธนาคารอิสลาม และจุดที่ 3 บริเวณตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ธกส. รวมทั้งเกิดเหตุเผารถแม็คโฮของบริษัทเธียรปรีชา บริษัทรับเหมาก่อสร้างขยายถนนเส้นทางหน้าโรงพยาบาลอำเภอยะรัง

นอกจากนี้เกิดเหตุยิงนายอับดุลเลาะ โด โต๊ะอิหม่าม ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านได้รับบาดเจ็บที่ ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสุดเดือนถือศีลอด

ขณะที่ความคืบหน้าเหตุระเบิดในรถยนต์ข้างโรงเรียนบ้านสุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งติดกับฐานปฏิบัติการหน่วยปฎิบัติการพิเศษนราธิวาส เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับนายซูกีมัน กูบารู หลังการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขับรถประกอบระเบิดมาจอด ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์มารับออกจากที่เกิดเหตุและเกิดเสียงระเบิดขึ้น ส่วนรถยนต์ที่นำมาก่อเหตุพบว่า เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการรับส่งผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้มีการเฝ้าระวังก่อนหน้านี้ หลังเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส สารภาพว่าถูกว่าจ้างจากผู้ต้องหาก่อความไม่สงบให้เปลี่ยนสีรถจนกระทั่งนำมาก่อเหตุดังกล่าว ขณะเดียวกันได้คุมเข้มบริเวณด่านชายแดนเพื่อป้องกันการหลบหนี

 

กลับขึ้นด้านบน