"องอาจ" แจงไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทดีเอสไอ

"องอาจ" แจงไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทดีเอสไอ

"องอาจ" แจงไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทดีเอสไอ

รูปข่าว : "องอาจ" แจงไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทดีเอสไอ

วันนี้ (27 มิ.ย.2559) นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์ชี้แจงไม่มีเจตนาหมิ่นประมาท ดีเอสไอและพระพุทธะอิสระ หลังทั้ง 2 แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท

นายองอาจออกแถลงการณ์หลังจากที่วันนี้ พระพุทธะอิสระและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งความนายองอาจในข้อหาหมิ่นประมาท โดยดีเอสไอได้ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ภายหลังพบว่ามีการกล่าวพาดพิงการทำงานของดีเอสไอ จนทำให้ได้รับความเสื่อมเสีย และเป็นที่เข้าใจผิดของประชาชนทั่วไป ผ่านการแถลงข่าวทางช่องธรรมกายแชลแนลเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.

เนื้อหาของแถลงการณ์มีดังนี้

ตามที่มีข่าวว่าทางดีเอสไอได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกระผมนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อยได้ไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทกับกระผมที่ สภ.คลองหลวงนั้น กระผมขอเรียนชี้แจงดังนี้ 

1. กระผมขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาททั้งดีเอสไอและพระสุวิทย์ แต่ประการใด

2. ในการแถลงข่าวที่ผ่านมามีแต่เพียงการ “ตั้งคำถาม” และนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดโดยหลักการว่าหน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะหน่วยงานราชการจัดตั้งขึ้นโดยฉันทานุมัติของประชาชน ดำเนินการด้วยภาษีอากรของประชาชน มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน การดำเนินงานจึงต้องระมัดระวังไม่ให้สังคมเกิดข้อคลางแคลงสงสัยว่าเป็นการทำงานแบบ 2 มาตรฐาน หรือมีใบสั่ง เพราะจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือได้ โดยไม่มีข้อความใดๆ ยืนยันว่า DSI หรือหน่วยงานของรัฐใด กระทำความผิดต่อกฎหมายอย่างไรแต่อย่างใด

3. ดีเอสไอเป็นหน่วยงานระดับกรม มีบุคลากรนับพันคนที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีอาวุธ และมีงบประมาณปีละหลายพันล้านบาท เมื่อดีเอสไอตั้งตัวเป็นคู่กรณีแจ้งความกล่าวโทษใคร คนๆนั้นย่อมต้องกลัว เพราะเหมือนสู้อยู่กับยักษ์ใหญ่ มีกระบอง มีอำนาจ มีเงินมหาศาล
แต่กระผมแม้เป็นเพียงเด็กหนุ่ม ไม่มีอำนาจราชศักดิ์ใดๆ แต่ก็เชื่อมั่นในความถูกต้องบริสุทธิ์ใจของตน และพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม

4. แทนที่จะค้าความตั้งตนเป็นคู่กรณีกับประชาชน ซึ่งอาจทำให้คนหวาดกลัวไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ดีเอสไอ เกรงว่าภัยจะมาถึงตัว ถ้าดีเอสไอใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นของประชาชน เพื่อพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สมบูรณ์ขึ้น จนเป็นที่ยอมรับของประชาชน ย่อมจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องสร้างสรรค์ สมเป็นหน่วยราชการที่รับใช้ประชาชนมิใช่หรือ

5. ข้อกล่าวหาของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย มีมากมายหลายประเด็นที่น่าแปลกใจ อาทิ การตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนกลับถูกกล่าวโทษว่าเป็นความผิด คงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียดก่อน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า พระสุวิทย์มีใจตรงกับดีเอสไอ แจ้งความต่อกระผมในวันเดียวกันอย่างน่าแปลกใจ

6. ในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจะได้ไปสอบถามเร่งรัดการดำเนินคดีข้อหากบฏของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

กลับขึ้นด้านบน