พบปัญหาเหยียดเชื้อชาติเพิ่มสูงขึ้น หลังผลประชามติในอังกฤษ

พบปัญหาเหยียดเชื้อชาติเพิ่มสูงขึ้น หลังผลประชามติในอังกฤษ

พบปัญหาเหยียดเชื้อชาติเพิ่มสูงขึ้น หลังผลประชามติในอังกฤษ

รูปข่าว : พบปัญหาเหยียดเชื้อชาติเพิ่มสูงขึ้น หลังผลประชามติในอังกฤษ

หลังผลการลงประชามติออกมาว่าคนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรสนับสนุนการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตามมารอบด้าน ยังมีรายงานปัญหาความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติที่เพิ่มสูงนับตั้งแต่มีการประกาศผลประชามติ

วันนี้ ( 28 มิ.ย.2559 ) นายมิคดาอัด เวอร์ซี ผู้ช่วยเลขาธิการสภามุสลิมของอังกฤษ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า ผลประชามติของอังกฤษที่ต้องการแยกตัวออกจากอียูกระตุ้นให้คนบางคนก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติ โดยมีรายงานว่าในช่วง 2 วันหลังมีการประกาศผลประชามติมีอาชญากรรมจากความเกลียดชังเกิดขึ้นหลายร้อยครั้่งทั่วอังกฤษ โดยเฉพาะรูปแบบคำพูดและภาษาที่ใช้ระหว่างก่อเหตุสะท้อนให้เห็นว่ามีความเกี่ยวพันกับผลประชามติที่ออกมา

นายเวอร์ซีกล่าวอีกว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่คนในสังคมและนักการเมืองจะต้องยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและการกระทำที่ไร้เหตุผลที่ผุดขึ้นหลังประชามติ

นายชาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นชาวมุสลิมขอให้ตำรวจเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันอาชญกรรมจากความเกลียดชังที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากผลประชามติ โดยนายข่านประกาศว่าจะไม่อดกลั้นต่อความพยายามใดๆ ที่จะสร้างความแบ่งแยกในสังคม

ทั้งนี้คำประกาศของนายข่านมีขึ้นหลังนักการทูตโปแลนด์ร้องเรียนว่าศูนย์กลางชุมชนและวัฒนธรรมของโปแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนถูกโจมตี โดยมีการพ่นสีสเปรย์ที่กระจกประตูทางเข้าเป็นข้อความขับไล่ชาวโปแลนด์ให้ออกจากสหราชอาณาจักร ตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบระบุว่าเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่มีแรงจูงใจมาจากการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมากให้กับชาวโปแลนด์ที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ

นอกจากนี้ตำรวจในเมืองแคมบริดจ์เชียร์ ยังตรวจสอบรายงานที่ว่ามีครอบครัวชาวโปแลนด์ได้รับข้อความเหยียดเชื้อชาติจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี

กลับขึ้นด้านบน