เมื่อเพลงรักกลายเป็นสื่อโปรโมทชีวิตส่วนตัวศิลปิน

เมื่อเพลงรักกลายเป็นสื่อโปรโมทชีวิตส่วนตัวศิลปิน

เมื่อเพลงรักกลายเป็นสื่อโปรโมทชีวิตส่วนตัวศิลปิน

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงรักของศิลปินหลายคนมาจากประสบการณ์ตรงและชีวิตส่วนตัว แง่หนึ่งอาจช่วยให้ถ่ายทอดผลงานได้ลึกซึ้ง เข้าถึงผู้ฟัง แต่เมื่อไหร่ที่ชีวิตรักในบทเพลงถูกใช้เพียงเพื่อโปรโมทตัวศิลปิน อาจลดคุณค่าของผลงานที่อุตส่าห์สร้างสรรค์ขึ้น

รูปข่าว : เมื่อเพลงรักกลายเป็นสื่อโปรโมทชีวิตส่วนตัวศิลปิน

เป็นศิลปินที่ขยันแต่งเพลงจากคนรักเก่าไว้มากสุดก็ว่าได้ เพราะเพลงรักกว่า 10 เพลงของนักร้องสาว Taylor Swift ต่างมีเนื้อหาความรักที่ชวนให้นึกถึงผู้ชายในอดีต จนสื่อและแฟนเพลงต่างเฝ้ารอว่าแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไปอย่าง Calvin Harris จะมีเพลงประจำตำแหน่งของตัวเองหรือเปล่า

ขณะที่เพลง Blank Space นักร้องสาวยังใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์ที่สื่อตั้งให้ว่าคบใครไม่ค่อยยืด มาเขียนเป็นเพลงจนโด่งดังเป็นพลุแตก จนสื่อต่างประเทศอย่าง MIC กล่าวว่า นี่เป็นความชาญฉลาดของนักร้องสาวที่เปลี่ยนชีวิตรักให้เป็นเงินเป็นทอง เมื่อชีวิตรักของศิลปินดังกลายเป็นบทเพลง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาอาจไม่สำคัญเท่ากับการเปิดเผยชีวิตส่วนตัวที่หลายคนอยากรู้

ชีวิตรักส่วนตัวของศิลปิน เป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังการแต่งเพลงมานักต่อนัก อย่าง Cry Me A River ที่นักร้องหนุ่ม Justin Timberlake แต่งขึ้นเพื่อเจาะจงถึงการนอกใจของอดีตคนรัก Britney Spears ขณะที่ฝ่ายหญิงก็มีบทเพลงแทนใจอย่าง Everytime ที่แต่งขึ้นเพื่อขอโทษคนรักเก่า ซึ่งทั้ง 2 บทเพลงต่างประสบความสำเร็จทั้งคู่

แต่การนำชีวิตส่วนตัวมาแต่งเป็นเพลงก็ต้องระมัดระวัง เพราะหลายครั้งที่ศิลปินอาจข้ามเส้น แต่งเพลงโต้ตอบกันไปมาเพื่อเอาชนะ เช่น กรณีวางมวยของดีว่าตัวแม่ Mariah Carey กับนักร้องฮิปฮอป Eminem ในเพลง Obsessed ที่แม้ในมิวสิกวีดีโอ ฝ่ายหญิงอาจไม่ได้พูดถึง Eminem ตรงๆ

แต่กลับสร้างตัวละครที่มีภาพลักษณ์คล้ายกับแร็ปเปอร์หนุ่มที่ตอนท้ายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เอาคืนจากครั้งที่แร็ปเปอร์คนดังแต่งเพลงต่อว่าเธออย่างเสียหาย เนื้อเพลงที่ดุเด็ดเผ็ดมันอาจช่วยเรียกกระแส แต่กลับไม่ช่วยให้คนฟังสนใจเนื้อหาของเพลงมากเท่ากับชีวิตส่วนตัวของศิลปิน อาจเป็นการลดทอนคุณค่าของผลงานไปอย่างน่าเสียดาย

ตราบใดที่เนื้อเพลงรักยังกินใจคนฟัง ประสบการณ์ความรักของศิลปิน ก็จะยังเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานเพลงออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิทธิส่วนตัวว่าจะเลือกพูดถึงบุคคลที่ 3 มากน้อยเพียงใด ทั้งหมดคงขึ้นอยู่ที่ตัวศิลปินว่าท้ายที่สุดแล้วจะเลือกให้ผลงานหรือเรื่องส่วนตัวเป็นที่พูดถึงมากกว่ากัน

กลับขึ้นด้านบน