นายกฯ ตุรกี ชี้กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินอะตาตูร์ก-เสียชีวิตเพิ่มเป็น 42 คน

นายกฯ ตุรกี ชี้กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินอะตาตูร์ก-เสียชีวิตเพิ่มเป็น 42 คน

นายกฯ ตุรกี ชี้กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินอะตาตูร์ก-เสียชีวิตเพิ่มเป็น 42 คน

รูปข่าว : นายกฯ ตุรกี ชี้กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินอะตาตูร์ก-เสียชีวิตเพิ่มเป็น 42 คน

นายกรัฐมนตรีตุรกีเชื่อ กลุ่มรัฐอิสลามอยู่เบื้องหลังการโจมตีสนามบินนานาชาติอะตาตูร์กในนครอิสตันบูล สองคล้องกับความเห็นของ ผอ.ซีไอเอ ของสหรัฐฯ ขณะยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 42 คน

วันนี้ (30 มิ.ย. 2559) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สนามบินนานาชาติอะตาตูร์กในนครอิสตันบูลเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยมีตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระจายกำลังลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยทั่วสนามบินอย่างเข้มงวด หลังเผชิญสถานการณ์มือระเบิด 3 คน โจมตีด้วยการกราดยิงก่อนจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณทางเข้าอาการผู้โดยสาร จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย

ขณะที่ รายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 42 คน หลังผู้ได้รับาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นพนักงานร้านกาแฟเสียชีวิตอีก 1 คน เมื่อเย็นวานนี้ (29 มิ.ย.)

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกี ส่วนชาวต่างชาติที่เสียชีวิตมีทั้งหมด 13 คน เป็นชาวซาอุดิอาระเบีย 5 คน อิรัก 2 คน จีน จอร์แดน ตูนิเซีย อุซเบกิสถาน อิหร่าน และยูเครน อีกชาติละ 1 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 239 คน ในจำนวนนี้ 41 คน รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ด้าน นายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกองกำลังรักษาความมั่นคงแสดงให้เห็นว่ากลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

สอดคล้องกับความเห็นของ นายจอห์น เบรนนัน ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ระบุว่า จากรูปแบบการโจมตี ชี้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มไอเอส โดยวิธีการของมือระเบิดมีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุกราดยิงและเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่โรงละครบาตาคล็องในกรุงปารีสเมื่อปี 2558

นายเบรนนัน กล่าวต่ออีกว่า กลุ่มไอเอสยังมีประวัติก่อเหตุโจมตีสนามบิน โดยในเดือน มี.ค. 2559 กลุ่มไอเอสอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินนานาชาติในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งรูปแบบการโจมตีเหมือนกับที่สนามบินอตาเติร์ก ที่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาโดยรถแท็กซี่

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจตุรกีได้ปล่อยตัวคนขับแท็กซี่ที่พามือระเบิดมาสนามบิน หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่ออีกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายวิเคราะห์มูลเหตุการโจมตีของกลุ่มไอเอสครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสั่นคลอนเศรษฐกิจของตุรกี เนื่องจากสนามบินนานาชาติอะตาตูร์กเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดของตุรกี และเป็น 1 ในสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศคับคั่งที่สุดในยุโรป โดยการโจมตีเกิดขึ้นในอยู่ระหว่างการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของตุรกี และยังเกิดขึ้นในช่วงที่ตุรกีกำลังประสานรอยร้าวบนความสัมพันธ์กับอิสราเอลและรัสเซีย

กลับขึ้นด้านบน