“สมศักดิ์” ยันวงคุยกลุ่มการเมืองมีแน่แต่ยังไม่ระบุวัน-“อลงกรณ์” เชื่อการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

“สมศักดิ์” ยันวงคุยกลุ่มการเมืองมีแน่แต่ยังไม่ระบุวัน-“อลงกรณ์” เชื่อการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

“สมศักดิ์” ยันวงคุยกลุ่มการเมืองมีแน่แต่ยังไม่ระบุวัน-“อลงกรณ์” เชื่อการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

รูปข่าว : “สมศักดิ์” ยันวงคุยกลุ่มการเมืองมีแน่แต่ยังไม่ระบุวัน-“อลงกรณ์” เชื่อการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนายันวงคุยการเมืองหาทางออกประเทศเกิดขึ้นแน่ แต่ยังไม่สามารถระบุวันหารือ ด้านตัวแทนพรรคเพื่อไทยยินดีพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม ขณะที่ รอง ปธ.สปท.เผย เป็นเรื่องดีหากทำด้วยความสุจริตใจ เชื่อการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

จากกรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย นัดหารือกับนักการเมืองรุ่นเก่า เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมือง ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้หรือไม่

วันนี้ (3 ก.ค. 2559) นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เผยว่า การพูดคุยยังคงมีอยู่ และเดินหน้าต่อไปแต่ยังไม่สามารถระบุวันได้ ขณะที่การพูดคุยก่อนหน้านี้เป็นไปด้วยดีและทุกคนเห็นพ้องกัน

“การพูดคุยเพื่อหาทางออกของฝั่งการเมืองจะไม่ทำผิดกฏหมาย และคำสั่งของ คสช. โดยอาจเป็นการคุยกันในฐานะตัวแทน เพื่อให้เกิดการตกผลึกก่อนหาเครือข่ายต่อไป” แกนนำพรรชาติไทยพัฒนา ระบุ

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมพูดคุยเป็นเรื่องที่ดี เพราะบ้านเมืองต้องการความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็น เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นว่ายังยืนหยัดเจตนารมณ์ในการตั้งพรรคการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

“แต่ไม่เห็นด้วยที่จะใช้คำว่าหารืออย่างไม่เป็นทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิดกฎหมาย เพราะนักการเมืองควรหารือกันอย่างเปิดเผยและโปร่งใส ไม่ให้เกิดความหวาดระแวงกัน และหากพูดคุยกันแล้วมีข้อสรุป หรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ จะได้นำมาปรับปรุง หรือประยุกต์ใช้กับการปฏิรูปนักการเมืองและพรรคการเมือง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้า” แกนนำพรรคเพื่อไทยชี้แจงเพิ่มเติม

รศ.ยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองขณะนี้ เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะนอกจากจะเป็นนักการเมืองแล้ว คนกลุ่มนี้ยังเป็นประชาชนที่สามารถแสดงความเห็นได้ แต่ต้องมีแนวทางการพูดคุยที่ชัดเจนว่าจะหาทางออกให้กับประเทศอย่างไร

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การที่ฝ่ายการเมืองเสนอให้มีการพบปะพูดคุยกันเพื่อหาทางออกของประเทศนั้น หากเป็นไปด้วยสุจริตใจและยึดประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้งก็ถือเป็นเจตนาที่ดี การหันหน้าเข้าหากันโดยเฉพาะพรรคการเมืองหลักๆ เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ เพราะเชื่อว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง และมั่นใจว่าหลังการออกเสียงประชามติ จะมีการผ่อนคลายให้พรรคการเมืองสามารถประชุมและขับเคลื่อนการปฏิรูปตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปีหน้า (2560) ตามโรดแมปที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้

“การจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองดีขึ้นหรือไม่ ยังขึ้นกับว่าแต่ละฝ่ายจะปรับเปลี่ยนการกล่าวหาโจมตี เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เชิงคุณภาพและสร้างสรรค์ได้มากน้อยเพียงใดด้วย” นายอลงกรณ์ ระบุ

กลับขึ้นด้านบน