สอบประวัติผู้ต้องหาฆ่าครูสาวสระบุรี พบเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ

สอบประวัติผู้ต้องหาฆ่าครูสาวสระบุรี พบเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ

สอบประวัติผู้ต้องหาฆ่าครูสาวสระบุรี พบเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ

รูปข่าว : สอบประวัติผู้ต้องหาฆ่าครูสาวสระบุรี พบเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ

ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมครูโรงเรียนใน จ.สระบุรี ยอมรับก่อเหตุจริง โดยตำรวจคุมตัวมาแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาพบว่าก่อนหน้านี้มีประวัติเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจภูธรแก่งคอย จ.สระบุรี คุมตัวนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา ครูโรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มจากที่ครอบครัว น.ส.จุฬารัตน์ ไม่สามารถติดต่อกับผู้เสียชีวิตได้ จึงให้เพื่อนของ น.ส.จุฬารัตน์ ไปหาที่ห้องจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับผู้เสียชีวิต จึงเชิญคนที่พักอยู่ในย่านนั้นมาสอบสวนและพบว่านายชาตรี มีประวัติเคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศและพบมีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งนายชาตรีสารภาพว่าแอบชอบผู้เสียชีวิตและหวังทรัพย์สิน แต่ผู้เสียชีวิตขัดขืน

ส่วนบรรยากาศพิธีศพที่วัดบุ่งค้า ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ยังคงมีญาติพี่น้องและเพื่อนมาเคารพศพ พร้อมให้กำลังใจครอบครัว ขณะที่มารดาผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมงานแล้ว แต่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียครั้งนี้ โดย น.ส.จุฬารัตน์ เป็นลูกสาวคนสุดท้อง เรียนจบมาได้ประมาณ 3 ปีและเป็นครูอัตราจ้างโรงเรียนเอกชน ระหว่างนี้ได้ส่งเงินมาให้ครอบครัว พร้อมกับเรียนต่อทางด้านวิชาชีพครู โดยหวังว่าเมื่อเรียนจบจะมีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน

นายสนิท โทวรรณา บิดาผู้ตาย เปิดเผยว่า พิธีบำเพ็ญกุศลศพจะมีไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค.2559 และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันถัดไป ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ทางครอบครัวจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับนายชาตรี ผู้ต้องหาคดีนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเมื่อปี 2556 เคยมีคดีล่วงละเมิดทางเพศ ถูกจำคุกและพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2558 และมาก่อเหตุครั้งนี้ขึ้นอีก

กลับขึ้นด้านบน